[Short Fic] L.O.V.E U IV

posted on 05 Mar 2008 21:52 by e-keijung  in TOPTORY

[Short Fic] L.O.V.E U IV
Part IV - THE END
By : E-keijung
song for fiction :
characters :
tempo x seungri?
tempo x jiyong?
yongbea x jiyong?
yongbea x seungri?



user posted image




“จียงกับซึงฮยอนยืนชิดกันหน่อยคร้าบ~ โอเคๆ หนึ่งสองสาม โอเคครับ อีกรูปนะคร้าบ...”

เสียงตากล้องตะโกนดังลั่นสตูดิโอพร้อมโบกไม้โบกมือทำท่าประกอบให้จียงกับเท็มโปยืนชิดกันเข้าไปอีก
ทั้งๆที่ท่าที่ทั้งสองคนโพสกันก่อนหน้านี้ก็ใกล้กันปานจะยืนเกยกันอยู่แล้ว

ถ้าคิดในแง่ดี...ตากล้องคนนั้นอาจจะอยากให้รูปมันออกมาสวยที่สุดก็เท่านั้น
แต่ถ้าคิดในแง่ลบ เหมือนตากล้องคนนั้นจะเจตนาให้สมาชิกวงบิ๊กแบงสองคนที่นั่งอยู่ด้านหลังหันมาสนใจกับซีนถ่ายรูปนิตยาสารโปรโมตเสื้อผ้า ที่ดูไปดูมาชักเหมือนการถ่ายรูปก่อนงานหมั้นซะมากกว่า

ในด้านความน่าจะเป็น แน่นอนว่าข้อสัณนิษฐานสองข้อนี้มีความเป็นไปได้เท่ากัน คือ ห้าสิบต่อห้าสิบ
แต่ทว่ามันคงจะเปลี่ยนเป็น 0.000000001 ต่อ 99.999999999 ทันที ถ้าหากคุณรู้ว่าตากล้องคนนั้นคือใคร!?

ใช่! มันคือ คังแดซอง! ผู้ชายตาตี๋ ยิ้มแม่งทั้งวี่ทั้งวัน ยิ้มไม่เลือกที่ ไม่เลือกเวลา
น้องชายร่วมวงที่วันนี้ขอลองถ่ายรูปพี่ใหญ่กับหัวหน้าวงบ้างนั่นแหละ!



“หึ คิดว่าฉันจะอารมณ์เสียรึไง!”
ยองเบส่ายหน้ายิ้มมุมปากก่อนจะหันมาสนใจน้องชายข้างๆต่อ
วันนี้ซึงริก็ยังคงนั่งเงียบซึมกระทือเหมือนเดิม ยิ่งกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ไม่พูดไม่คุยไม่ร่าเริงเหมือนแต่ก่อน
นี่มันเรื่องอะไรกัน? เค้าเองก็เคลียร์กับเห็ดเรียบร้อยแล้ว
ชเวซึงฮยอนยังไม่เคลียร์กับน้องอีกเหรอ?

“วันนี้ไม่ถ่ายรูปพี่ใหญ่เหรอเรา?”


“ผมเลิกถ่ายรูปพี่เค้าแล้วฮะ”


ซึงริเงยหน้าขึ้นมาหวังจะมองหน้าพี่ชายที่แสนดีก็เจอะเข้ากับซีนที่ชเวซึงฮยอนโอบไหล่ควอนจียงพอดิบพอดี ก่อนจะรีบก้มหน้ามองพื้นต่อว่าพี่ใหญ่ที่ดันมาทำอะไรบาดใจบาดสายตาให้เค้าเห็นตอนนี้...

ให้ตาย! จะให้ตัดใจแต่มาทำกันแบบนี้ ใครมันจะทำได้กัน!
การแสดงความรัก มีหลายรูปแบบบ้าบออะไร! สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายอยู่ดี ไม่ใช่เขาซักหน่อยที่เป็นฝ่ายตัดสินว่าจะแสดงความรักออกมาแบบไหน! ถึงยังไงคนที่พี่ซึงฮยอนรักก็ไม่ใช่เขา....

หน้าแปลกที่ก่อนหน้านี้ หลายครั้งที่ซึงริเห็นพี่จียงกับพี่เท็มโปหยอกล้อกัน
ทำไมถึงเจ็บปวดไม่เท่าหลังจากที่เขาได้ยินจากหูตัวเองว่า พี่ซึงฮยอนชอบพี่จียง...
ทำไมหลังจากที่อีซึงฮยอนได้ยินจากหูตัวเองว่าพี่เท็มโปชอบพี่จียง
ถึงได้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายผิดเองที่รักพี่ซึงฮยอน
ทำไมหลังจากที่อีซึงฮยอนรับรู้ความจริงถึงได้รู้สึกเหมือนกำลังจะเสียพี่เท็มโปไป



คำตอบมันก็ไม่ยากอะไร ก็คงเพราะ อีซึงฮยอนคนนี้รักพี่ชเวซึงฮยอนมากก็เท่านั้นเอง....




“พี่ยองเบก็เอารูปพวกนั้นมาคืนผมได้แล้ว
ถึงจะเอารูปของผมไปให้พี่ซึงฮยอน....มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วละฮะ”




.




.




.





.





“โอ๊ย! เหนื่อยว่ะ แค่เก็กหน้าหล่อกรูก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว”

“ก็แน่ล่ะ! เมิงไม่หล่อนี่หว่า เลยต้องเหนื่อยหน่อย”

เท็มโปตบเข่าเสียงดังฉาด(?) สะใจที่ได้ตอกย้ำความหล่อของควอนจียงที่มีน้อยกว่า ก่อนจะหยิบขวดน้ำยื่นให้หัวหน้าวงพร้อมกระดกของตัวเอง พลางคิดอะไรเพลินๆไป

การดื่มน้ำเย็นๆหลังทำงานนี่มันช่างสุนทรีอารมณ์เสียนี่กระไร!
หากแต่วันนี้เท็มโปคงจะคิดผิด เหตุเพราะประโยคนี้ประโยคเดียวของควอนจียง..


“ว่าแต่ทำไมวันนี้มักเน่ไม่มาถ่ายรูปเมิงวะ…”


((พรวดดดดด~))


“แค่กๆๆๆ!”
“เอ้า! น้ำมันไม่ต้องเคี้ยว ก็ยังอุส่าห์ติดคอเมิงอีกเน๊อะ!”

จียงลูบหลังพร้อมหยิบผ้าขนหนูใกล้มือยื่นให้พี่ใหญ่เช็ดน้ำที่ทะลักออกมาจากปาก สาเหตุเพราะอะไรเค้าเองก็ไม่ทราบ ตอนนี้จียงรู้เพียงแต่ว่าชเวซึงฮยอนกำลังมองเค้าด้วยสายที่ควอนจียงเห็นแล้วอยากเอาแว๊กมาทาทั้งตัว


“เอ่อ...เมิงมีอะไรจะบอกกรูรึเปล่าวะ....”

มีอะไรกก็พูดมาเถอะนะ! ควอนจียงรับได้ทุกอย่าง
แต่ข้อร้อง...อย่ามองกรูด้วยสายตาแบบนั้น แม่งขนลุก!




“คือ.....”

ชเวซึงฮยอนช้อนสายตามองควอนจียงหวังจะให้หัวหน้าวงรู้ความลับบางอย่างที่เค้าปิดบังไว้ในใจ
เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้กัน เหลือที่ว่างไม่ถึง 5 เซนติเมตรกับอีก 10 มิลลิเมตร



“ควอนจียง....”

มองตากันอยู่นาน ชเวซึงฮยอนพี่ใหญ่ของบิ๊กแบงก็ตัดสินใจสารภาพความจริงในใจให้หัวหน้าวงรับรู้ว่า.....















“น้ำบ้านบรรพบุรุษเมิงใช้ติดคอเหรอวะ!? ไอ้เห็ดโคโมโดโง่!”


“จะด่าก็อย่าทำบรรยากาศโรแมนติก กรูคิดนะโว้ย! แล้วถามก็ไม่ตอบ ซึงริเป็นอะไร!?”

เท็มโปทำท่าทางกลุ้มใจก่อนจะจับหัวจียงเข้ามาใกล้ๆ กระซิบบอกสาเหตุที่ว่าทำไมวันนี้คังแดซองถึงมาถ่ายรูปเขาแทนที่จะเป็นน้องเล็ก ที่สมาชิกในวงต่างรู้ดีว่าชอบถ่ายรูปพี่ใหญ่เป็นชีวิตจิตใจแค่ไหน

ควอนจียงฟังเท็มโปเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นเรื่อง พยักหน้าหงึกๆเป็นสัญลักษณ์ว่าเขาเข้าใจภาษาลิง(?)ที่เท็มโปใช้อธิบาย ก่อนจะเด้งตัวออกอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเท็มโปเล่าถึงช๊อตไคล์แมกค์ของเหตุการณ์ พร้อมแหกปากตะโกนเสียงดังใส่หน้าชเวซึงฮยอน ดังชนิดที่ว่า...กระดูกหูชั้นในสุดสะเทือน


“ห๊า????! เมิงบอกมักเน่ว่าเมิงชอบกรู! โฮ๊ะ! หลายครั้งแล้วนะ หรือว่าเมิงจะชอบกรูจริงๆ!?”


“เฮอะ! กรูกลัวน้องหาว่ากรูเสี่ยวต่างหาก!
ยี๋~ ใครจะไปชอบคนหัวเห็ดอย่างเมิงวะ!? โอ๊ะ! ลืมว่ะ อย่างน้อยก็ไอ้ยองเบ!”

แทนที่ควอนจียงจะเดือดดานกับคำว่า คนหัวเห็ด ของชเวซึงฮยอน กลับเอาแต่หัวเราะคิกคักหยิบหมวกบนหัวตัวเองลงมานั่งบิดเล่นส่งสายตากรุ่มกริ่มไปที่พี่ใหญ่ของวง



“ไม่ต้องมองครับ กรูไม่อยากฟัง”

“เมิงต้องฟังครับ! กรูจะเล่า! เมิงไม่ฟังก็อย่าหวังว่าน้องจะรับรักเมิง”

ควอนจียงเอาเรื่องน้องเล็กมาขู่หวังให้พี่ใหญ่ยอมฟังสาเหตุที่ว่าทำไมเค้าถึงเขินหน้าแดงเป็นลูกตำลึงอยู่ตอนนี้


“เออ! เอาแบบกระชับ ไม่มีปีก”

“ฟาย~ ไม่ใช่ผ้าอนามัย!”

ชเวซึงฮยอนถึงกับแอบบ่นในใจ...
เล่าเรื่องผ้าอนามัยยังดีกว่ามาฟังควอนจียงเล่าเรื่องไร้สาระของมัน
แม่ง! คนไม่อยากรู้มีบังคับให้ฟังด้วย นี่ถ้าไม่เห็นแกแผนการชั่วๆแต่ช่วยเค้าได้
เท็มโปชายชาติชาตรีตระกูลชเวคนนี้ไม่มีทางฟังมันแพล่มเด็ดขาด
เล่าทีแม่งเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ เห็นทุกชอตทุกเม็ด!


“เรื่องมันเป็นแบบนี้….”

ว่าแล้วควอนจียงก็เริ่มสาธยายนิทานโรแมนติกแห่งปีให้ชเวซึงฮยอนฟัง....



.




.




.




.






“เท็มโปน่ะนะชอบฉัน! เฮอะ! ประสาท!”


“แปลกตรงไหนที่เท็มโปจะชอบนาย!?”

หลังจากที่ดึงเอาหมวกที่ปิดตาเกือบจะถึงปากตัวเองออก
ดงยองเบก็เถียงคอเป็นเอ็น จากการสังเกตพฤติกรรมมานานแรมข้ามปี ยองเบก็มั่นใจว่าเท็มโปมีใจให้ควอนจียงแน่นอน ยองเบมองจียงมาตลอด ทำไมเค้าจะไม่รู้ว่า สมาชิกในวงคนไหนรู้สึกยังไงกับจียง



“ซึงฮยอนมันเป็นเพื่อนฉัน! จะมาชอบกันได้ไง?”

“ก็แล้วมันแปลกตรงไหน...ที่เพื่อนมันจะแอบรักเพื่อน!”



และยิ่งตะโกนเสียงดังลั่นลิฟธ์เข้าไปอีก เมื่อหัวหน้าวงพูดประโยคแทงใจดำดงยองเบเข้าจังๆ
ทำไมวะ?! เป็นเพื่อนกันแล้วจะพัฒนาขึ้นไปมากกว่านั้นไม่ได้เหรอ…
เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อน่ะ ไม่เคยได้ยินรึไง?

“ฟังนะดงยองเบ! ช้าๆชัดๆ รอบเดียวไม่มีทวน! เท็มโปมันไม่ได้ชอบฉัน!
และฉันก็ไม่ได้ชอบมัน! ไม่ได้ชอบชเวซึงฮยอน! ไม่ได้ชอบ คังแดซอง! แล้วก็ไม่ได้ชอบอีซึงฮยอนด้วย!”

ยืนหอบแฮ่กกับคำอธิบายยาวเยียดของตัวเอง ก่อนจะหันไปเห็นเพื่อนสนิทที่เอาแต่เกาท้ายทอยมองหน้าเค้าแล้วก็ยิ้มมุมปากออกมา ในนาทีแรก ควอนจียงยังไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดดงยองเบถึงได้ยิ้มแบบนั้น แต่หลังจากที่ดงยองเบหัวเราะ หึ ในลำคอเบาๆ

ควอนจียงคนนี้ก็เพิ่งเข้าใจว่า เมื่อกี้ตัวเองพลาดครั้งยิ่งใหญ่!
ถ้าเค้าแกล้งเนียนแล้วพูดต่อว่า.. ‘ไม่ได้ชอบดงยองเบด้วย!’ มันจะเชื่อไม๊?

แม่ง! ยองเบมาง้อก่อนแท้ๆ ไหงเป็นเขาที่บอกชอบมันก่อนวะ?! ถึงจะไม่พูดตรงๆก็เถอะ แต่มันก็....ฮึ่ย!
เลิกยิ้มแล้วทำท่าเกาท้ายทอยบ้าบอของเมิงซักทีเถอะดงยองเบ!


“ยิ้มไรวะ!? เขินนะเว้ย...”

แล้วดงยองเบก็เลิกท่าทางอย่างที่ควอนจียงสั่งในใจจริงๆ แต่แทนที่จะยืนเงียบๆปล่อยให้เวลามันผ่านเลยไป ยองเบกลับเดินเอาหมวกของตัวเองที่ถือเอาไว้ตั้งแต่ตอนแรกมาวางไว้บนหัวเห็ดๆของจียงแทน ก่อนจะพูดเสียงเบาเหมือนกระซิบให้ควอนจียงฟังแล้วยิ้มปากแถบฉีกว่า..



“ดงยองเบก็ชอบควอนจียง...”




ติ๊ง!



พระเจ้า! อย่าถามว่าไหนพระเจ้า เพราะเนี่ยแหละเสียงพระเจ้า! เสียงประตูลิฟธ์เนี่ยแหละช่วยชีวิตควอนจียงไว้
ทันทีที่ประตูลิฟ์เปิด ยองเบก็เดินเนิบๆออกไป ทิ้งเพื่อนสนิทที่เผอิ๊ญดันใจตรงกันยืนยิ้มเป็นเห็ดกำลังบานอยู่คนเดียว



“อ้าว! พี่จียง พี่ยอง...อ้าวเฮ้ย! พี่จะไปไหนน่ะพี่ยองเบ!? พี่ยองเบ๊!”

และพระเจ้าก็ช่วยเค้าไว้อีกครั้ง เป็นคังแดซองน้องชายวงเดียวกันที่เข้ามาแทน..
หึหึ หาคนระบายอารมณ์ได้แล้วว้อยยย!! มาทำให้เขินแล้วจากไปแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนวะไอ้เตี้ย!
(หรือพี่จะให้พี่เบของหนูอยู่ปล้ำพี่ก่อนละคะพี่ควอน??)



“ไม่ต้องไปเรียกมันหรอก แกเข้ามาเร็ว!”

คังแดซองหันไปมองพี่ชายที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้อีกครั้งด้วยสายตาละห้อย
ก่อนจะเดินคอตกเข้ามาในลิฟธ์อย่าเซ็งๆ
ไม่ใช่ว่าเค้าอยากคุยหรือพิศวาสอะไรพี่ยองเบหรอกนะ แต่....

พี่ติดเงินผมสี่สิบห้าบาทพี่ยังไม่คืนผมเลย! ติดไว้นานแล้วด้วย! กับไอ้แค่สี่สิบห้าบาท ค้างนานเป็นชาติ!
ทำไมวะ!? คังแดซองไม่เข้าใจ พี่ก็ออกจะมีความสามารถ
อีกไม่กี่เดือนก็จะมีอัลบั้มโซโล่อยู่แล้ว คืนตังให้เขาก่อนไม่ได้หรือไง?

แต่เอาเถอะ! ดูเหมือนตอนนี้พี่ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆเค้าจะอารมณ์ดี
ดูจากไอ้เสียงหัวเราะ หึหึ ในลำคอ คังแดซองก็พอจะเดาออก...

ไม่พี่ยองเบสารภาพรัก ก็ท่านประธานยางเพิ่มเงินเดือนให้!

จะเพราะเหตุใดก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้แดซองชักหวั่นๆ
ไอ้เสียงหัวเราะ หึหึ ในลำคอของคนข้างๆ ตอนนี้พี่ชายคนเก่งของเค้ากำลังระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่น
ขนาดทำไฟในลิฟธ์กระพริบได้



โอ้...พรุ่งนี้คงเป็นข่าวดังหน้าหนึ่งแน่ๆ

โลกตะลึง!
หัวหน้าวงบิ๊กแบงหัวเราะจนลิฟธ์สะเทือนสลิงขาด เป็นเหตุทำให้ดับอนาจตายคาลิฟธ์



แดซองไม่อยากให้เป็นแบบนั้นจึงยิ้มแห้งๆพร้อมถามควอนจียงด้วยความหวังดีว่า..




“เอ่อ...พี่จียง เบนด้าห้าร้อยซักแผงไม๊? ผมมีนะ”

“ซักเม็ดก็ได้ว่ะ ฮ่าๆๆๆ แผนแกนี่มันสุดๆไปเลยคังแดซอง
วันนี้อยากกินอะไรว่ามาเลยเว้ย! พี่ชายคนนี้จะเลี้ยงแกเอง ฮ่าๆๆๆ”





.



.



.









“มันก็เป็นแบบนั้นแหละ แม่งเขินชะมัด!”


จนกระทั่งเล่าจบควอนจียงก็ยังไม่เลิกบิดหมวกในมือ
ก็เพิ่งจะรู้เนี่ยแหละว่ายองเบมันมีอิทธิพลต่อมันสมองของหัวหน้าวงขนาดนี้!
ชเวซึงฮยอนมองจียงด้วยหางตาก่อนจะพูดตัดพ้อออกมาเสียงเบาๆ...

“เมิงมีความสุขแล้วนี่….”
“เออน่า เดี๋ยวกรูจะช่วยเมิงเองนะครับไอ้คุณพี่เท็มโป ว่าแต่ยองเบอยู่ไหนน๊า~”




.




.




.





ณ อพาร์ทเม้นสถานที่พักผ่อนและหลับนอนของวงบอยแบนด์ชื่อดัง บิ๊กแบง!

11.20 PM

อีกไม่กี่นาทีจะเป็นวันใหม่ ทุกคนกำลังหลับสบายหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน
แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ไม่หลับไม่นอน นั่งรื้อรูปเก่าๆที่ตัวเองเก็บไว้อย่างดีมานั่งดู
และไม่ใช่ใครที่ไหน...อีซึงฮยอนน้องเล็กสุดของวงนั่นแหละ
อันที่จริงไม่ใช่ว่าเค้าไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน แต่ว่านอนไม่หลับต่างหาก...
ในเมื่อตามันไม่ยอมปิด จึงหาอะไรทำไม่ให้เสียเวลา ซึงริเลือกที่จะนั่งดูรูปของชเวซึงฮยอนพี่ใหญ่ของวงที่เค้าแอบถ่ายไว้เยอะแยะมากมายมาระลึกความหลัง
มีตั้งแต่รูปตอนที่ถ่ายพี่เท็มโปครั้งแรกจนถึงใบล่าสุด ซึงริเก็บมันไว้อย่างดี...ในตู้กางเกงใน(?)



((ก๊อก....ก๊อก))



“ซึงริ...เปิดประตูให้พี่เข้าไปหน่อยสิ”


กำลังดูเพลินๆถึงกับชะงักกับเสียงเรียกหน้าห้อง
รีบเอาผ้าห่มใกล้มือมาปิดรูปถ่ายพวกนั้นก่อนจะตะโกนถ่วงเวลาให้พี่ชายที่ยืนอยู่หน้าห้องรอซักครู่....

“รอแปปฮะพี่แดซอง!”


มือข้างนึงโกยรูปเก็บเข้าตู้เดิม ข้างที่เหลือขยี้ตาให้เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน....
เช็คความเรียบร้อยของห้องอีกครั้งก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้พี่ชายตาตี๋ขี้เล่นของวงเดินเข้ามา



“ว่าไงฮะ?”


ถามพร้อมอ้าปากฮ้าว ขยี้ตาพอเป็นกระสัยสองสามที ทำท่าจะล้มตัวลงนอนลงบนที่นอนเหมือนคนง่วงที่เพิ่งถูกปลุกกลางดึก แต่ทว่าซึงริถึงกับหยุดการแสดงละครหลอกพี่แดซองทั้งหมดเมื่อพี่ชายทำสีหน้ากระวนกระวายใจ พร้อมพรั่งพลูประโยคที่เค้าไม่อยากได้ยินออกมา....

“พี่เท็มโปเค้าตัวร้อนน่ะ บอกว่าไม่สบาย....”

ไม่รอให้พี่แดซองพูดจบประโยค ซึงริรีบเดินออกจากห้องตัวเองไปห้องพี่ใหญ่ทันที
น่าเสียดายที่อีซึงฮยอนรีบเดินเร็วเกินไป เพราะถ้าหาก น้องเดินช้าลงกว่านี้หน่อย คงได้ยินประโยคหลังจากนี้...

“ไม่สบายใจที่ซึงริไม่รับรัก.....หุหุหุ ขอโทษนะซึงริ....”

พูดเสียงเบาๆกับตัวเองเสร็จแดซองไม่รอช้าให้เสียเวลา
รีบรื้อห้องน้องห้องน้องเล็กหาของบางอย่างตามแผนที่วางไว้กับหัวหน้าวงนามควอนจียง

















“พี่ซึงฮยอน.....”


พอเข้ามาถึง ซึงริแทบหายใจไม่ออก พี่ชายคนดีของเค้ากำลังนอนเหงื่อแตกพลั่ก สีหน้ากระวนกระวายเหมือนคนไม่สบายตัว บ่งบอกได้ชัดว่าตอนนี้ ชเวซึงฮยอนกำลังไม่สบายขั้นรุนแรง
เห็นแบบนั้นเลยรีบสาวท้าวเดินเข้ามานั่งข้างเตียงมองหน้าคนไม่สบายใกล้ๆ

“พี่ไม่สบายได้ยังไง? พี่จียงละฮะ?”


เท็มโปไอออกมาสองสามทีก่อนจะส่ายหัวบอกน้องเล็กว่าไม่รู้ว่าจียงคนหัวเห็ดหายไปไหน
ซึงริพยักหงึกๆหน้าตอบพี่ใหญ่ว่าเข้าใจแล้ว ก่อนจะรีบวิ่งออกไปหาเครื่องปฐมพบาบาล
มาเยียวยาอาการ(กระแดะจะ)ป่วยของชเวซึงฮยอน



“เดี๋ยวผมมาแปปนึงนะฮะ พี่เท็มโปทำใจดีๆไว้นะ”


หลังจากที่ซึงริวิ่งออกไปได้ไม่นาน น้องชายอีกคนก็เดินเข้ามาพร้อมกับสายตากรุ่มกริ่ม
ก่อนจะยื่นรูปถ่ายโพลารอยด์หลายใบใส่มือคนป่วยทางใจ



“อ่ะนี่พี่เท็ม! ผมไปละนะ โดเรม่อนคอมโปเซตนะพี่!”
“เออะ! จะไปไหนก็ไป!”

เท็มโปไล่แดซองเสียงเบาเพราะเห็นซึงริถือผ้าผืนเล็กกับกะละมังใส่น้ำกำลังเดินใกล้เข้ามาแล้ว

แดซองตบบ่าน้องสองสามทีตอนเดินสวนทางกัน
ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลพี่ใหญ่ก่อนจะปิดประตูเสียงดังปัง ปล่อยให้พี่น้องซึงฮยอนอยู่ด้วยกัน



.....สองต่อสอง


..........



บรรยากาศในห้องดูจะอบอุ่นผิดปกติ อันที่จริงก็ไม่น่าผิดปกติอะไร เพราะเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว เวลาสองพี่น้องซึงฮยอนอยู่ด้วยกัน จะมีรัศมีบางอย่างบ่งบอกว่าทั้งสองคนเป็นห่วงซึ่งกันและกันตลอดเวลา เพียงแต่ว่า ทั้งสองคนไม่ได้คิดจะเปลี่ยนจากคำว่า พี่น้องเป็นอย่างอื่นมากกว่า...



“อีซึงฮยอน....”


หลังจากเช็ดตัวป้อนยาเสร็จแล้ว อยู่ดีๆคนป่วยก็ละเมอออกมา ซึงริถึงกับสะดุ้งตกใจกับเสียงแห่บๆของพี่ชายที่ไม่เคยเรียกชื่อเค้าแบบนี้มาก่อน แต่ถ้าเป็นไปได้...ซึงริก็อยากจะตกใจแบบนี้หลายๆครั้ง
อีซึงฮยอนชอบให้ชเวซึงฮยอนเรียกชื่อเขาแบบนี้.....


“ม..มีอะไรฮะพี่ซึงฮยอน”

“พี่ปวดหัว....”

หลังจากดีใจที่พี่ใหญ่เรียกชื่อเต็มด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแล้วถึงกับ เลิกคิ้วสูงทันที
ให้ตาย! เค้าลืมหยิบพารามาได้ยังไง!


“ปวดหัว...ปวดหัวต้องกินพารา แปปนึงนะฮะพี่ เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้”


แต่ก่อนจะได้วิ่งออกไปจากห้องอีกครั้ง ซึงริก็ต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่ เมื่อมีมือมาจับแขนเค้าไว้ และไม่ใช่มือใครที่ไหนนอกจากชเวซึงฮยอน พี่ชายที่นอนป่วยเพราะสาเหตุอะไรก็ไม่รู้คนนี้.....



“ไม่ต้อง...พี่ขอแค่...”


แล้วก็หยุดไว้แค่นั้น จนซึงริไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเสียงพี่เท็มโปเบาจนเค้าไม่ได้ยิน หรือ พี่เท็มโปพูดไม่จบประโยคกันแน่ แต่ซึงริคิดว่าคงจะเป็นเค้านั่นแหละที่ไม่ได้ยินเอง จึงเอียงหูเข้าไปใกล้ปากพี่ซึงฮยอนอีกนิด เผื่อพี่เท็มโปจะทวนให้เค้าฟังอีกครั้ง แล้วก็คิดไม่ผิดที่เอียงหูเข้าไป เพราะพี่ซึงฮยอนก็ทวนให้เค้าฟังอีกรอบจริงๆ...


“ขอแขนได้ไม๊?...”

ซึงริทำหน้างงกับประโยคขอร้องของพี่ใหญ่
ก็ในเมื่อตอนนี้พี่เท็มโปจับแขนเค้าอยู่แล้วจะขอทำไมอีก..และไม่ต้องสงสัยนาน
เพราะคำตอบมันอยู่หลังจากนี้....





“แขนเป็นฟอ...อ่ออ่ะแอะแค่กๆๆๆ!”


ความสงสัยของซึงริจบลงพร้อมกับประโยคทวนคำของชเวซึงฮยอน อย่าคิดว่าเค้าจะไม่เข้าใจกับมุกเสี่ยวแบบนี้ เพราะแท้จริงแล้ว เวลาว่างๆ สมาชิกวงบิ๊กแบงชอบเล่นอะไรปัญญาอ่อนเป็นที่สุด! และหนึ่งในกิจกรรมปัญญาอ่อน ก็มี การเล่นทวนคำแบบนี้อยู่ด้วย...



แขนเป็นฟอ....ขอเป็นแฟน



“พี่เท็มไม่ได้ไม่สบายจริงๆใช่ไม๊ฮะ! แกล้งผมสนุกนักรึไง”


ดูจากรูปประโยคแล้วเหมือนคนพูดกำลังโกรธ!
ก็จริงที่คนพูดกำลังโกรธ แต่หน้าตาไม่เหมือนโกรธเลยซักนิด เพราะตอนนี้ซึงริกำลังยิ้ม..

ใครไม่ยิ้มให้มันรู้ไป! โดนพี่เท็มโปจับมือแล้วแขนเป็นฟอแบบนี้!
แล้วยังมาแกล้งเนียนไอ ต่ออีก ให้ตาย! ทำยังไงถึงจะหุบยิ้มได้?
ไม่ใช่สิ ต้องถามว่ายิ้มยังไงถึงไม่ให้มันกว้างมากไปกว่านี้มากกว่า!?...



“พี่ไม่สบายจริงๆ ซึงริก็เห็นว่าพี่ตัวร้อนไปทั้งตัว ไม่เชื่อก็จับดู”


เท็มโปใช้มือตัวเองข้างที่จับซึงริไว้แปะหน้า ลูบแขนตัวเอง แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิในร่างกายที่สูงผิดปกติไม่ได้เป็นเรื่องโกหก และในเมื่อได้รับการพิสูจน์เรียบร้อยแล้ว...อีซึงฮยอนก็เชื่อสนิทใจอีกครั้งว่าพี่ชายที่นอนซมอยู่ตรงนี้ไม่ได้ผิดศีลข้อที่สี่แต่อย่างใด แต่ถึงยังไงเค้าก็ต้องมีแอบเคืองบ้าง




ใช่ไม๊?




“แล้วทำไมต้อง...ต้องโกหกผมด้วย!”

“โกหกเรื่องไหน ในห้องน้ำ หรือว่า เรื่องนี้…”

“ทั้งในห้องน้ำแล้วก็เมื่อกี้”

“เมื่อกี้พี่ไม่ได้โกหก! ที่จริงในห้องน้ำพี่จะพูดกับเราว่า พี่ชอบ...ชอบใครนายก็รู้! ไม่เห็นต้องให้พูดเลย”



ชเวซึงฮยอนบีบมือน้องเล็กแน่นกว่าเดิม บ่งบอกทางร่างกายให้ซึงริรู้ว่า พี่ใหญ่คนนี้ไม่กล้าบอกรักใครตรงๆ
ซึงริก้มหน้าหลบสายตาคนป่วยที่กำลังจะอ้าปากพูดประโยคต่อไป...



“แต่พี่มองออก...ว่าใครรักพี่”


ยกมือที่ตัวเองกุมไว้ให้ซึงริมอง ก่อนจะเอามือของน้องโปะแก้มของตัวเองเบาๆ มืออีกข้างหยิบรูปถ่ายโพราลอยด์ที่แดซองยัดใส่มือเมื่อไม่กี่นาที่แล้วให้ซึงริดู เลิกคิ้วส่งยิ้มมุมปากตามแบบฉบับพี่ใหญ่ให้คนข้างๆเชยชม
ซึงริเห็นรูปถ่ายพวกนั้นแล้วถึงกับช๊อคซีนีม่า!

ใครบุกรุกที่ส่วนบุคคลเค้าอีกแล้ว! แล้วนั่น...พี่รีบเอามันลงมาได้ไหม!? ผมเขินจะตายอยู่แล้ว~



“ผมไม่ได้รักพี่ซักหน่อย ก็แค่ชื่นชม..”


“แค่นั้นพี่ก็ดีใจ แล้วตกลงขอแขนได้ไม๊?”

ซึงริคิดอยากกวนพี่ใหญ่บ้าง เลยหลีกเลี่ยงคำตอบ ยื่นแขนอีกข้างยื่นให้ชเวซึงฮยอนแทน
เท็มโปหัวเราะ หึ เบาๆกับความน่ารักของอีซึงฮยอน ก่อนจะเลื่อนมือของซึงริที่วางอยู่บนแก้มตัวเองเปลี่ยนไปวางไว้ตำแหน่งอื่น ไม่ไกลจากที่เดิม...ก็แค่ใต้ผ้าห่มตรงหน้าอกข้างซ้ายของชเวซึงฮยอนก็เท่านั้นเอง



“ไม่เอา จะเอาอีกแขน…แขนนี้พี่ได้แล้ว”

ซึงริใช้แขนข้างที่ยื่นให้พี่เท็มโปเมื่อกี้เอื้อมไปหยิบฮู้ดเสื้อกันหนาวมาปิดหน้า
หวังหลบตาพี่ใหญ่ที่รอคำตอบจากเค้าอย่างใจจดใจจ่อ
ก่อนจะตัดสินใจพูดประโยคน่าอายที่สุดตั้งแต่เคยเกิดมาเบาๆว่า...



“ผมก็อยากขอแขนพี่ซึงฮยอนเหมือนกัน”



เท็มโปกำมือเยส หันข้างไปกอดตุ๊กตาหมีแพนด้าแรงๆหนึ่งที ก่อนจะหันกลับมากอดหมีแพนด้าตัวจริงโดยลืมไปเลยว่าเมื่อสามสิบนาทีที่แล้ว ตัวเองทำท่าเหมือนคนป่วยประหนึ่งกำลังจะตายเพราะโรคกระแดะในไม่ช้า...

แต่อีซึงฮยอนไม่คิดจะสังเกตุความผิดปกตินั้นอีกต่อไป
เพราะตอนนี้ ....เขินจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว!

แต่ถึงยังไง....อีซึงฮยอนก็อยากให้พี่ใหญ่กอดเค้าแบบนี้นานๆ


มีคนเคยบอกผมว่า การแสดงความรัก มีหลายรูปแบบ แล้วแต่ว่าเราเลือกจะแสดงออกมาแบบไหน!
บางคนคิดว่า เก็บเอาไว้ในใจก็ดีอยู่แล้ว บางคนคิดว่า การที่ให้อีกฝ่ายรับรู้ความรู้สึกไปเลยน่าจะดีกว่า
แต่สำหรับผม ไม่ว่าจะบอกหรือไม่บอก .....

....ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงไม่ต่าง
เพราะถึงยังไง....ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น คือ...



“ขอแล้วขอเลย พี่ไม่ให้คืนนะครับอีซึงฮยอน”
“ผมก็ไม่ให้พี่คืนเหมือนกันพี่ซึงฮยอน...”



พี่ใหญ่กับน้องเล็กต้องรักกัน!



















“แหวะ! จะอ้วกว่ะ เน๊อะแดซอง ยองเบ!?”


เจ้าของแผนการ กระแดะป่วย พิจิตใจน้อง เบ้ปากมองภาพตรงหน้าก่อนจะหันกลับมาขอความเห็นเพื่อนสนิทที่ยังไม่ถึงเวลาเลื่อนฐานะกับน้องชายตัวดีผู้สมรู้ร่วมคิดคนสำคัญเบาๆ

ไม่คิดเลยว่าชเวซึงฮยอนมันจะทำตัวน้ำเน่าถึงขนาดนี้! ไหนบอกทำตัวเสี่ยวไม่เป็น!?
ไหนบอกรักนะแต่ไม่แสดงออก! แสร่ดดด สตอเบอรรี่จริงๆกอลิลล่าผสมไดโดเสาร์เผ่าพันธุ์จามรี!
เฮอะ! อยู่กับกรูแถบจะกินหัว อยู่กับน้องนี่เรียบร้อยเชียวนะ!


น่าหมั่นไส้! ขอย้ำว่าน่าหมั่นไส้ ไม่ใช่หึง!


“น่ารักดีออก พี่นั่นแหละ ไม่มีอารมณ์โรแมนติกซะบ้างเล้ย โน่น~ พี่ยองเบเค้าเดินไปนู่นแล้ว”

“แม่งเป็นอะไรอีกวะ?!”

"ผมเห็นพี่เค้าบ่นว่า ไอ้เห็ดโง่! ไอ้เห็ดโง่! แล้วก็เดินออกไปไหนก็ไม่รู้"



= =

เมิงครับ! ช่วยเรียกกรูให้มันดีกว่านี้หน่อยเถอะนะไอ้เตี้ย!
กรูไปเห็ดบนหัวเมิงรึไง! วันนี้อุตส่าห์ไม่ด่า ไม่ต่อปากต่อคำแล้วนะ!



โอ๊ะ!
แต่คิดไปคิดมา มันด่าเค้าแบบนี้ทีไรแปลว่าหึงทุกที....



“ฮ่าๆๆๆ กร๊ากกกกกกกกกกกก ฮ่าๆๆๆ”

คิดได้แบบนั้นก็หัวเราะสะเทือนไฟฟ้าในห้องอีกครั้ง คังแดซองที่ยืนมองพี่ชายอยู่ข้างๆ
เตรียมงัดแผงยาเบนด้าห้าร้อยเตรียมตัวไว้....



“อีกซักเม็ดไม๊พี่จียง???”

-----------------------------------------------------

Talk: ฟัง ลาๆๆ จนได้เรื่อง 55555 รั่วทั้งเรื่อง!
จบแล้วนะคะ สำหรับฟิคเรื่องแรกของบิ๊กแบง >< เหนื่อยโค่ดดดด
ไม่คิดว่าจะเสร็จวันนี้ อันที่จริงกะแต่งต่อตอน
จียงกบเท็มโปเขาหารือเรื่องวางแผนกระแดะพิจิตใจน้องกัน
แต่คิดไปคิดมา อย่าเลย...เดี๋ยวจะยาว เหอๆ ยังไงก็ขอบคุณทุกคนมากนะคะ

แขนเป็นฟอ...เอามุกเก่ามาทำมาหากิน ปู่เสี่ยวอ่ะ กร๊าซซ
เสี่ยวแบบนี้น้องอีรักตาย กร๊ากกก เอาเป็นว่าขอบคุณทุกคนค่า~

ปล. พี่แป้งสอบเสร็จไว้ๆน้าค้า ไอ้กิ๊ฟยังต้องไปสอบซิ่วพระจอมอีก
ป่านนี้ยังมิได้อ่านหนังสือซักตัว กรูจะติดไม๊ รอบนี้~T^T  

ปล. 555555555555555 มิลานตกรอบ สาดดดด
สะใจกรูว่ะ กร๊ากกกกกกกกก(เพี๊ยะๆๆ! : กิ๊ฟโดนแฟนผีแดงดำตบ)
เอาถ้วยมาให้ได้นะ แมนยู๊ ถึงเราจะกากบางเวลา แต่เราก็เข้ารอบฟ่ะ กรั่กๆๆ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แง้วววว...

จบแร้วเหรอมียืดอีกสักตอนมั้ยอ่ะ???

อยากให้แต่งฟิคบีบีอีกนะ...>_<

อยากอ่านลุงเทมกะสาวน้อยหมวกขาว..(เห็ดจี)จังค่ะ



#1 By GD (125.25.0.70) on 2008-03-06 21:16

ฟิคจบแล้ว.... เริ่มเศร้า สงสัยเราจะหายไปนานเกิน.....sad smile จบได้แบบน่ารักดีค่ะ คู่จี เหมือนจะมีภาคต่อ (อยากให้มีอ่ะ )อิอิ

แต่งมาอีกนะอ่านแล้วเพลินดี จะรอนะจ๊ะ big smile

#2 By buza_somi (58.137.30.254) on 2008-03-19 13:08

จบอล้วเหรออออออ


น่าเสียดายจัง

อยากอ่านอีกอ่ะ

#3 By ฝน (125.26.80.249) on 2008-03-24 22:09

น่ารักดีนะค่ะ

ใช้ภาสาก้อดี

อ่านแล้วฮาดีต่ะ

ชอบ ชอบ

#4 By ai_arashi (125.25.181.83) on 2008-03-25 02:43

โห อ่านแร้วมันมากๆคร้าบบบ

#5 By 555555555+ (125.25.72.62) on 2008-04-07 15:09

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ชอบ บบบบบบบบบบบบบบบบบบ
ชอบฟิคเรื่องนี้อ๊ะ
อ่านกี่รอบกี่รอบ ก็ไม่รู้สึกเบื่อ


แขนเป็นฟอ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
เอาแขนพัดไปก่อนแล้วกันน้ะ เพราะเเขนซึงรีน้ะ พัดไม่ไห้
5555555555555555555
พัดจอง งงงงงงงงงง
คนนี้พัดจองงงงงงงงง
5555555555555555555



อยากกรี๊ดกร๊าดไห้โลกแตกกกกกกกก
ปู่กับหลานมันรักกันเเล้วววววววววววววว
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก*
เม้นไร้สาระอย่าว่ากันเน้อะ 5555

#6 By พะพ่ะพ้ะพ๊ะพัด! (168.120.12.114) on 2008-07-07 22:45

ชอบบบบบบบบบบบบ

อีกแล้ว

แต่งมาเยอะๆๆๆๆ

น้าคร่า

#7 By bb (124.121.174.87) on 2008-07-09 01:49

เขาจะเอาเทมจีๆๆๆๆๆ

รีเควสเทมปี!!!

#8 By Gargoyle on 2008-09-16 18:24

น่ารักกกกกกกกกกกกกก
มากก
พี่ใหญ่กับน้องเล็กต้องรักกัน !!
ฟิคนี้สนุกๆมาก
แต่โดยส่วนตัวชอบเทมจีมากกว่า
555
ตามไปอ่านฟิคอื่นต่อๆๆ

#9 By 미유☆ on 2008-10-05 12:58