[Short Fic] ONE TAKE

posted on 12 Mar 2008 23:33 by e-keijung  in TOPTORY

[Short Fic] ONE TAKE
By: E-keijung
Song for fiction: I’m sorry - GUMMY
Character: 2SEUNGHYUN
Waning: ฟิคสนองนี๊ดตัวเองค่ะ มันเกิดขึ้นเพราะฉากจูบเทคเดียวของพี่ชเวโป้แท้ๆ 55555

 

 

 

 


บิ๊กแบง...วงบอยแบนด์ชื่อดังที่กำลังเป็นที่สนใจและจับตามองของประเทศเกาหลี พวกเขาเดบิวท์วงมาตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2006 ซิงเกิ้ลแรกเปิดตัวด้วยยอดขายที่น่าตกตะลึงไปทั่ว และพวกเขาได้ออกผลงานมาตลอดสองปีที่ผ่านมา ได้รับรางวัลจากรายการต่างๆมากมาย จนทำให้บิ๊กแบงกลายเป็นที่รู้จักในเวลาไม่นาน...

แล้วจะแปลกอะไรที่สมาชิกวงนี้จะมีงานล้นมือ โดยเฉพาะ ชเวซึงฮยอน พี่ใหญ่ของวง ทั้งสัปดาห์เขาแถบจะไม่มีเวลาว่างหย่อนก้นติดเก้าอี้ เสร็จที่นี่ต้องไปที่โน่น เสร็จที่โน่นต้องไปที่นั่น โอ้ย! สวรรค์ช่างสร้างให้ชเวซึงฮยอนหน้าตาดีเพื่อการณ์นี้เลยสินะ  ก็ช่วยไม่ได้ที่คนมันหล่อที่สุดในวง! พีธีกร นักแสดง นักร้อง ดีเจ เท็มโปเคยทำงานเหล่านี้มาหมดแล้ว ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีเลยทีเดียว

แต่งานเยอะก็ใช่ว่าจะดี เพราะตอนนี้ เท็มโปกำลังเครียด! ใช่!ใช่!ใช่! เครียดมากด้วย ไม่ได้เครียดเพราะงานแต่ละวันมันเยอะจัดจนร่างกายกำลังจะทรุดโทรมหรอกนะ เพราะอันที่จริงเครียดเรื่องไอ้สมาชิกที่เหลือกำลังจ้องเขาด้วยสายตายียวนกวนประสาทนี่ต่างหาก เฮอะ! ยิ่งไอ้น้องเล็กมันยิ่งมองเขาเหมือนเขาไปแหกคุกหนีความผิดมายังไงอย่างงั้นแหละ


ให้ตาย! ชเวซึงฮยอนผิดอะไรที่เกิดมาหน้าตาดี!?

 


“อะไร!? ทำไมต้องมองแบบนั้นวะ?”

หลังจากที่นั่งหมุนปากกาอยู่กับโต๊ะมาประมาณชั่วโมงกว่าเพื่อเป็นการหลบสายตาน้องๆที่เหลือ เท็มโปก็เริ่มจะทนไม่ไหว บิดขี้เกียจหันไปตะโกนถามหัวหน้าวงที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุด ก่อนที่จะกวาดสายตามองสมาชิกที่เหลือด้วยอารมณ์บ่จอยเต็มที่  แม่ง! กรูหมุนปากกาจนมือชาไปหมดแล้วมันยังไม่เลิกมองอีก ไม่เมื่อยกันรึไง? นั่งมองเป็นชั่วโมงแล้วเนี่ย!


“ก็อะไร! เมิงทำน้องกรูเสียใจนะ”
 
ในเมื่อโดนตะโกนถามเสียงดังเลยตอบเสียงดังกลับไปบ้าง จียงรู้ว่าเท็มโปเป็นพี่ใหญ่ของวงควรให้ความเคารพมากที่สุด แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความรู้สึกของน้องชายคนเล็กก็มีความสำคัญต่อจิตใจเขาเหมือนกัน หรือจะพูดให้ง่ายๆได้ใจความก็คือ ควอนจียงแคร์ความรู้สึกของซึงริมากถึงมากที่สุด และตอนนี้ซึงริกำลังอยู่ในสภาวะจิตใจหม่นหมองเพราะไอ้คนที่นั่งทำหน้าตาฮึดฮัดอารมณ์เสียเหมือนไม่ได้ขับถ่ายมา 7 วันข้างๆเขาเนี่ยแหละ
แล้วจะให้คนเป็นพี่ชายอย่างเขานิ่งเฉยได้อย่างไร การออกรับแทนน้อง หรือแก้ปัญหาแทนน้องถือว่าเป็นหน้าที่อันดับที่สองของควอนจียงรองจากดูแลรับผิดชอบงานในวง


“ก็มันงาน...งานอ่ะงาน! พี่ก็รักเราคนเดียวไง นี่ก็งอนไม่เข้าเรื่องเลยนะซึงริ”

เกาท้ายทอยพร้อมหันไปมองโซฟาข้างหลังที่มีซึงริ ยองเบ และแดซองนั่งอยู่ ก่อนที่จะหยิบเอาปากกาด้ามเดิมมาหมุนต่อ เท็มโปทำเหมือนเรื่องที่น้องเล็กของวงกำลังงอนเขาอยู่เป็นเรื่องไร้สาระ อันที่จริงไม่ว่าซึงริจะงอนมีสาระหรือไร้สาระ ชเวซึงฮยอนก็ไม่คิดจะปรับความเข้าใจด้วยคำพูดหวานๆเหมือนชาวบ้านเขาหรอก มีก็แต่พูดแดกดันให้ซึงริงอนมากกว่าเดิม ซึ่งไอ้ท่าทางสบายใจเฉิ่บทำเหมือนตัวเองไม่ผิดของพี่ใหญ่ ทำให้หัวหน้าวงอย่างควอนจียงทนไม่ได้! 


“ไอ้เชี่ยเท็ม!!”

สบถเสียงดังพร้อมฝาดหมอนอิงใกล้มือไปที่ท้องของชเวซึงฮยอนเต็มแรง เท็มโปได้แต่เอามือกุมท้องหัวเราะคิกคัก เนื่องจากที่ควอนจียงฝาดหมอนลงมาไม่ได้ทำให้ผิวหนังของเขากระทบกระเทือนเลยซักนิด จั๊กจี้ซะด้วยซ้ำ…
กุมท้องหัวเราะอยู่ซักพักถึงได้ไปสบตากับซึงริที่นั่งอยู่ข้างหลัง มองเขาตาไม่กระพริบ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อน้องเล็กของวงขว้างหมอนอิงอีกใบมาโดนหัวเขาเต็มๆ 


“พี่จะง้อผมดีๆไม่ได้รึไง!”

ปัง!

ปิดประตูเสียงดังปัง! เป็นสัญณาญบ่งบอกว่าวันนี้อีซึงฮยอนยังไม่หายงอนชเวซึงฮยอน อันที่จริงเท็มโปก็เข้าใจว่าวันสองวันนี้ซึงริยังไม่หายงอนเขาหรอก ปล่อยให้ไปสงบสติอารมณ์เองซักพักเดี๋ยวก็หายเอง แต่ไอ้ที่ไม่เข้าใจน่ะมันสมาชิกที่เหลือต่างหาก ไม่รู้จะมาเดือดร้อนแทนซึงริอะไรนักหนา ยิ่งควอนจียง เท็มโปยิ่งไม่เข้าใจ! นั่นคนรักเขานะ ไอ้อดีตเห็ดมันทำอย่างกับมันเป็นแฟนของซึงริมากกว่าเขาซะอีก น้องไปไหน มันไปด้วย!
เป็นชเวซึงฮยอนมากกว่าไม่ใช่เหรอที่ควรจะอารมณ์เสียเพราะน้องเล็กไม่เข้าใจการกระทำของเขา!


...


“แล้วนี่พี่ไปถ่ายวันไหน?”

หลังจากกุมขมับปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่นาน อยู่ดีๆดงยองเบที่นั่งอยู่โซฟาตัวหลังก็โพร่งขึ้นมาในความเงียบซะเฉยๆ ก็ยังดีที่ไอ้น้องคนนี้มันเข้าใจ ถึงก่อนหน้านี้มันจะมองเขาด้วยสายตาเหมือนควอนจียงก็เถอะ แต่ถึงยังไงตอนนี้เขาก็หาคนระบายอารมณ์ได้แล้ว! ช่วยรับฟังพี่ทีเถอะดงยองเบ กูเครียด!
 

“พรุ่งนี้..ทำไมวะ? ก็นูน่าเขาอยากให้พี่จูบจริงอ่ะ พี่ผิดเหรอ? ซึงริแม่งหึงอะไรวะ
กูไม่เข้าใจครับยอง...เห้ย! มึงฟังดิวะ ฉันเป็นพี่ใหญ่นะว้อย!”

ได้โอกาสระบายเท็มโปก็ระบายความรู้สึกยาวเป็นหางว่าว แต่ทว่าพระเจ้าไม่เข้าข้างเท็มโปเสมอนั่นแหละ
ตอนแรกๆยองเบก็ตั้งใจฟังอยู่หรอก แต่พอผ่านไปไม่ถึงครึ่งประโยค ยองเบก็หันไปสนใจกับดังแดซองที่นั่งอยู่ข้างๆมากกว่าแทน สะกิดเท่าไหร่ก็ไม่หันมาฟังต่อ แม่ง! สรุปแล้ววงนี้เห็นเขาเป็นพี่ใหญ่ของวงบ้างไหม? มีใครบ้างไหมที่เข้าใจความรู้สึกชเวซึงฮยอน?

ในเมื่อไม่มีใครสนใจ เท็มโปเลยฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ บ่นพึมพัมกับตัวเองด้วยความน้อยใจ ยองเบเห็นแบบนั้นแล้วก็เกิดอาการสงสารขึ้นมา อันที่จริงเขาสนใจฟังพี่ใหญ่ตั้งแต่ตอนแรก แต่พี่เท็มโปเองนั่นแหละที่ไร้สาระ ไม่ยอมเข้าใจน้องเล็กของวงบ้าง ไม่เข้าใจรึไงว่าซึงริอายุห่างกับพี่ตั้ง 3 ปี ระยะห่างของวัยมันเยอะอยู่นะพี่!


....

“พี่ก็ง้อน้องดีๆดิ ชอบพูดแบบนั้นน้องมันไม่เข้าใจหรอก..”

หลังจากเงียบกนไปนานกว่า 10 นาที ยองเบก็โพร่งออกมาท่ามกลางความเงียบอีกครั้ง แต่คราวนี้ทำเท็มโปอารมณ์เสียได้มากกว่าครั้งที่แล้ว จะให้ง้อยังไงถึงจะเรียกว่าดี ไอ้ที่ทำอยู่มันไม่ดีตรงไหน อธิบายก็แล้ว บอกเหตุผลก็แล้วยังจะไม่เข้าใจอีก ผิดที่เขาเหรอ? ผิดเหรอที่รับทำงานของรุ่นพี่น่ะ ห๊า?


“เอ้า! แดซองเข้าใจพี่ไม๊?”

ในเมื่อพึ่งใครในวงไม่ได้ ความหวังสุดท้ายจึงตกเป็นของคังแดซองผู้คลั่งไคล้โดราเอม่อนเป็นที่สุด และเท็มโปก็คิดไม่ผิดที่เอาแดซองมาเป็นพวก เพราะหลังจากที่เท็มโปหันไปถาม คังแดซองก็พยักหน้าหงึกๆพร้อมส่งรอยยิ้มสดใสจนเท็มโปเห็นต้องยิ้มตาม จะมีก็แต่แดซองนี่แหละที่ช่วยได้ตอนอารมณ์ไม่ดี รอยยิ้มของแดซองช่วยเท็มโปได้เสมอ...


“เห็นไม๊? น้องยังเข้าใจเลย! เข้าใจว่าอะไรวะแดซอง?”

“โดเรม่อนไม่มีหู มาจากศตวรรษที่ 22 ฮ่าๆๆ”


ก็บอกแล้วว่าคังแดซองช่วยเขาได้เสมอ....
อย่างน้อยก็ช่วยให้ชเวซึงฮยอนมีเรื่องให้เครียดอีกเรื่องละวะ!

 


.

 

.

 

.

 

.

 

 


กองถ่ายวันนี้ดูจะสดใส ราบรื่นเป็นพิเศษ สตาฟทุกคนต่างจัดฉากห้องเล็กๆให้ดูเหมือนเป็นบ้านหลังหนึ่ง มีมอเตอร์ไซด์อยู่กลางห้อง มีแผงหนังสืออยู่ริมซ้ายมือ มีกระจกบานเบอเร่ออยู่ตรงผนัง ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้อย่างดีสำหรับการถ่ายทำเอ็มวีเพลง I’m sorry ของ GUMMY ในวันนี้
มีก็แต่ไอ้คนที่นั่งหน้าหงิกอยู่ตรงเก้าอี้หลังฉากนั่นแหละที่เหมือนจะไม่พร้อมกับถ่ายทำเอ็มวีในครั้งนี้ซักเท่าไหร่

เท็มโปมองซึงริที่นั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ก่อนจะเดินไปก้มหัวสวัสดีผู้กำกับและสตาฟทุกๆคนตามลำดับ
นี่ถ้าไม่ติดว่าเขาต้องทำงานและควอนจียงขอร้องให้เอาซึงริมาด้วย เท็มโปจะลากไอ้ตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงนั้นกลับบ้านทันที แต่นั่นแหละ เขาติดงานและงานนี้ก็สำคัญด้วย! เพราะฉะนั้นอยากตามมา ก็นั่งหน้าหงิกอยู่ตรงนั้นต่อไปก็แล้วกัน!


“เอาละ เดี๋ยวซึงฮยอนเอาเก้าอี้ขว้างกระจกตรงนี้นะ”

การถ่ายทำเอ็มวีดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงฉากโยนเก้าอี้ซึ่งถ้าได้ตัดต่อและทำออกมาคงจะเป็นภาพบาดตาวีไอพีแฟนคลับของเท็มโปไม่น้อย และก็ไม่ผิดหวังที่ผู้กำกับสร้างฉากนี้ขึ้นมา เพราะเท็มโปทำได้ดี ดีเกินคาดซะด้วยซ้ำ ทั้งหน้าตาก่อนโยน ตอนที่โยน หลังที่โยน พูดได้คำเดียวว่าเพอร์เฟคที่สุด

 

“ฉากนี้ฉากจูบ ...จูบจริงได้ไม๊ซึงฮยอน?”

และแล้วก็มาถึงฉากที่รอคอย...ผู้กำกับเงยหน้าถามเท็มโปก่อนจะหันไปมองหลังห้องด้วยหางตา เขาไม่รู้สาเหตุที่วันนี้พระเอกมิวสิควิดีโอมีคนมาเฝ้าหรอก แต่ที่แน่ๆ ระหว่างการถ่ายทำ ผู้กำกับรู้สึกได้ว่าคนที่นั่งอยู่มุมห้องตรงโน่นปล่อยรัศมีบางอย่างมาให้พระเอกของเขาตลอดเวลา นี่ขนาดแค่สมาชิกวงยังเครียดขนาดนี้ แล้ววีไอพีละ? ไม่ทำป้ายประท้วงบริษัทเขาเจ๊งพอดีหรือ? แต่เอาเถอะ ถึงยังไงเขาก็อยากให้เอมวีตัวนี้ออกมาดีที่สุด ตัดสินใจมาแล้วว่ายังไงซีนนี้ก็ต้องเหมือนจริงและให้อารมณ์คนรักกันมากกที่สุด เพราะฉะนั้นคำตอบที่ออกจากปากเท็มโปมีได้แค่คำเดียวเท่านั้น คือ...


“ได้ครับ! ผมยังไงก็ได้...”

ผู้กำกับยิ้มให้ซึงฮยอนก่อนที่จะกวักมือเรียกนางเอกเอ็มวีให้มาทำความเข้าใจอารมณ์ มุมกล้อง และองค์ประกอบอื่นๆของฉากนี้ ในใจก็ภาวนาให้อย่าให้คนหลังห้องอาระวาดระหว่างการถ่ายทำอยู่ตลอดเวลา
และดูเหมือนคำภาวนาของผู้กำกับจะเป็นผล เพราะไม่มีแม้แต่เสียงใดเล็ดลอดออกมาระหว่างถ่ายทำฉากเลิฟซีน ไคล์แม๊กซ์ของวันนี้ ทั้งห้องเงียบสนิท มีก็แต่เสียงหายใจของคนทั้งห้องก็เท่านั้น

 

อึดใจเดียวที่ริมฝีปากของทั้งสองคนประกบกัน อีซึงฮยอนกลั้นหายใจหลับตาไม่มองภาพตรงหน้าก่อนจะสะบัดหัวลุกขึ้นเดินออกจากห้องปิดประตูดังปังพร้อมๆกับเสียงสั่งคัทของผู้กำกับตามหลังมา..


ปัง!
“คัท! โอเค พักครึ่งชั่วโมงครับ” 

 

“ซึงริ....”

ทันทีที่ผู้กำกับสั่งคัทฉากนี้เท็มโปเหลือบตาขึ้นไปมองที่มาของเสียงที่น้อยคนจะสนใจ ก่อนที่จะหันไปมองเก้าอี้ที่ควรจะมีคนนั่งอยู่ พอมองไปหลังห้องถึงได้รู้ว่าตอนนี้เจ้าของร่างนั้นเดินออกจากห้องไปแล้วและเป็นเจ้าของที่มาของเสียงปิดประตูนั้นด้วย
ไม่รอช้าให้น้องเล็กเดินไปไกล เท็มโปวิ่งลงบันไดตามลงมาอย่างรวดเร็ว และความที่เขาช่วงขายาวกว่า ในที่สุดก็เห็นหลังซึงริอยู่ไม่ไกล

“เฮ้ย! หยุดดิวะ! พี่เหนื่อยนะ...”

เสียงตะโกนพร้อมอาการหอบหนักๆทำให้คนตรงหน้าหยุดเดินและหันกลับมามองเขาด้วยสายตาเหมือนเดิม เหมือนเมื่อวานตอนที่นั่งอยู่ด้วยกันในห้องพร้อมสมาชิกที่เหลือ.. ซึงริยกยิ้มมุมปากมองคนตรงหน้าอยู่ซักพักก่อนจะท้าวเอวพูดประโยคประชดประชันพี่ใหญ่ของวงออกมา


“แค่จูบเนี่ยเหนื่อยมากเลยหรอฮะ? ดูเหมือนพี่จะชำนาญดีออก เก่งจังเลยฮะ ผมก็อยากเก่งบ้าง”

“เทคเดียวผ่านไม่ดีรึไง?”

เท็มโปงอตัวกุมเข่าตัวเอง ดึงเอาแว่นออกก่อนจะปล่อยผมข้างหน้าที่ผูกไว้ให้ลงมาปิดหน้าผากเหมือนเดิม เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานๆ หวังให้คนตรงหน้าที่ยืนเท้าเอวอยู่อารมณ์ดีขึ้นกับประโยคที่ว่า “เทคเดียวผ่าน” ของเขา ซึ่งดูท่าเท็มโปจะคิดถูกที่พูดประโยคนี้ออกมา เพราะซึงริกำลังยืนทำหน้าคิดอยู่ซักพักเหมือนกำลังไตร่ตรองกับความดีครั้งนี้ของเท็มโป แต่ก็แค่ความคิดที่ชเวซึงฮยอนคิดไปเอง เพราะซึงริคงจะไม่คิดแบบนั้น....


“ผมไม่หายงอนพี่หรอกนะ”

ซึงริพูดแค่นั้นก่อนจะเดินลงบันไดไป ทิ้งให้ชเวซึงฮยอนพระเอกเอ็มวีของกองถ่ายวันนี้ยิ้มเก้อเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว และแน่นอนว่าเขาตามลงไปไม่ได้ สาเหตุข้อที่หนึ่งเพราะติดงาน และที่สำคัญเขาวิ่งต่อไปไม่ไหวแล้ว...
จะหอบสังขาลตัวเองขึ้นไปถ่ายเอ็มวีต่อได้รึเปล่า เขายังไม่รู้เลย..


“ง้อที่บ้านก็ได้วะแม่ง!”

 


.

 

.

 

.

 

.

 


สองวันผ่านไป

เท็มโปยังไม่มีโอกาสได้ง้อน้องเล็กเลยซักนิด จะพูดว่าไม่มีโอกาสก็ไม่ได้ เพราะตัวเขานั้นง้อแล้วแต่ได้น้องเล็กมันไม่รับฟังซะมากกว่า วันนี้เป็นวันแรกของเดือนที่ไม่ได้ไปทำงาน
ใช่! ในที่สุดชเวซึงฮยอนก็ได้หยุดพักผ่อนอยู่บ้านเหมือนคนอื่นเขาซักที วันนี้แหละซึงริจะต้องดีกับเขา วันนี้แหละที่อีซึงฮยอนต้องกลับมาทำตัวน่ารักกับชเวซึงฮยอนเหมือนเดิม

ว่าแล้วเท็มโปก็แอบชำเลืองมองซึงริที่นั่งอ่านการ์ตูนอยู่ตรงโซฟาตัวเดิมด้วยหางตา วันนี้ดูท่าฝนจะตก หิมะจะโปรยปราย แปลกที่ควอนจียงมันไม่นั่งขนาบประชิดตัวซึงริ แต่ถึงจะไม่ขนาบยังไง มันก็ยังอยู่ในรัศมีที่เรียกได้ว่าใกล้ซึงริอยู่ดี ส่วนเขาน่ะเหรอ จะใช่มาตราอะไรมาวัดดี หากคิดเป็นฟุต เขากับซึงริคงห่างกันประมาณ 7 ฟุตได้ ต่างกับควอนจียงที่ใช้หน่วยฟุตคงจะมากไป เพราะมันห่างกับซึงริแค่ 10 เซนติเมตร ก็ไม่รู้จะอธิบายให้มันยุ่งยากทำไม เอาง่ายๆ ได้ใจความ... จียงมันนั่งอยู่ข้างๆซึงรินั่นแหละ

 


[I]I don't wanna be without you girl มา จี มัก อิน ซา นึน จอบ  …[/I]


นั่งมองซึงริอยู่เพลินๆก็ต้องเอาหนังสือที่อยู่ในมือมาปิดหน้า เมื่ออยู่ดีๆก็มีเสียงโทรศัพท์เข้ามา ทำให้ซึงริเงยหน้าจากหนังสือการ์ตูนขึ้นมาสบตาเขาซะอย่างงั้น สบตากันอยู่ซักพักซึงริก็หยิบโทรศัพท์เจ้าของเสียงริงโทนขึ้นมาดูชื่อปลายสายก่อนจะยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวตามแบบฉบับน้องเล็กของวง สร้างความสงสัยให้คนที่แอบมองจากรูเล็กๆของหนังสือเป็นอย่างดีทีเดียว...

ใครโทรมา?


“ฮัลโหลครับ?”
“อื้อ..เดี๋ยวผมออกไปเดี๋ยวนี้ละฮะ”
“เจอกันฮะ...”

พับโทรศัพท์เสร็จปั๊บอีซึงฮยอนก็มีท่าทีกระตือรือร้นจนทำให้คนที่นั่งแต่งเพลงอยู่ข้างๆอดสงสัยไม่ได้


“จะไปไหน?”

จียงเงยหน้าถามซึงริที่ยืนบิดขี้เกียจยิ้มลอยๆให้อากาศอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันไปเหล่ตามองพี่ใหญ่ของวง จียงเห็นเท็มโปอ่านหนังสือสารคดีสัตว์โลกอยู่แล้วยิ่งอารมณ์เสีย! หารู้ไม่ว่าไอ้คนที่อ่านหนังสือสัตว์โลกอยู่น่ะ อยากรู้ว่าซึงริไปไหนไม่แพ้กัน


“ไปหาแฟน!”
“ใคร?”

จียงยังคงสังเกตพฤตกรรมของเท็มโปตลอดเวลา และเขาก็ได้เห็นอาการกระตุกหนังสือลงเล็กน้อยของชเวซึงฮยอนทันทีเมื่อซึงริบอกว่าไปหาแฟน เป็นครั้งแรกที่จียงอยากจะช่วยพี่ใหญ่ของวงเรื่องซึงริ
ให้ตาย! มักเน่มันจะงอนไอ้หมีควายนั่นไปถึงไหน ไอ้คนนั่งหัวโดอยู่ริมห้องมันอ่านหนังสือสัตว์โลกจนจะกลายเป็นไอ้ตัวมีเขาอยู่แล้วไม่รู้รึไง!


“ไม่ใช่พี่ซึงฮยอนก็แล้วกัน ผมไปนะฮะจีฮยอง…”

สวมหมวกใบโปรดก่อนจะเดินออกห้องไปพร้อมรอยยิ้มสดใส ทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ให้คนที่แสดงละครว่าอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลาต้องเดินมาดูว่าเมื่อกี้ใครโทรมาหาซึงริของเขา!
และไม่ใช่ใครทีไหนไกลที่โทรมา...


“จุนซูฮยอง! แม่งเอ้ย!”

พอรู้ว่าเป็นใครถึงกับหัวฟัดหัวเหวี่ยงเกือบจะพลั้งมือตัวเองขว้างโทรศัพท์มือถือของน้องเล็กไปที่ประตูห้อง แต่นึกขึ้นได้ว่าในมือถือเครื่องนี้มีรูปเขากับซึงริอยู่เยอะเลยหยุดตัวเองไว้ได้ทัน บางคนอาจจะงงว่าจุนซูฮยองแล้วทำไม? ทำไมน่ะเหรอ ก็อีซึงฮยอนปลื้มรุ่นพี่คนนี้อย่างกับอะไร บูชาได้ซึงริคงบูชาไปแล้ว

แล้วเมื่อกี้หมายความว่าไงว่า ไปหาแฟน! พี่จุนซูน่ะเหรอแฟนอีซึงฮยอน
หึ ผิดแล้วไอ้น้องรัก แฟนอีซึงฮยอนมีคนเดียวเท่านั้นคือ เขา ชเวซึงฮยอนคนเดียวเท่านั้นโว้ย!

 

.


.


.


.

 


และด้วยความคิดที่ว่า จะไม่ยอมปล่อยให้น้องนอกใจต่อหน้าต่อตาของเท็มโป เลยทำให้เขาตัดสินใจสะกดรอยตามซึงริมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งของกรุงโซล เท็มโปเดินตามและเห็นทุกการกระทำของซึงริกับพี่จุนซู เท็มโปเห็นซึงริยิ้มให้พี่จุนซูเหมือนที่ซึงริเคยยิ้มให้เขา หลายครั้งที่เท็มโปเกือบห้ามใจตัวเองไม่อยู่ เกือบจะได้ทำเหมือนในเอ็มวีของรุ่นพี่ GUMMY ที่เอาเก้าอี้ฝาดกระจกแตก แต่ทว่าขืนเขาทำแบบนั้น ได้กลายเป็นข่าวดังหน้าหนึ่งเป็นแน่ ชเวซึงฮยอนไม่อยากดับอนาคตตัวเองตอนนี้หรอก!

...

“ไว้ว่างๆผมเลี้ยงข้าวพี่บ้างนะฮะ”

จุนซูยิ้มให้ซึงริก่อนจะโบกมือบ๊ายบาย รุ่นน้องร่วมวงการ ซึงริก็เช่นเดียวกัน ยิ้มหวานเยิ้มซะจนไอ้คนที่แอบมองอยู่ข้างตึกกำมือตัวเองแน่น แต่ยังก่อน...ยังไม่ถึงเวลาเคลียร์!
เท็มโปเดินตามซึงริมาเรื่อยๆ เลื่อนหมวกลงมาปิดหน้าตัวเองอีกนิด เวลาที่ซึงริหันมา เหมือนรู้ตัวว่ามีคนเดินตาม

ซึงริเดินมาถึงใกล้อพาร์ทเม้นของตัวเองแล้วถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ การออกมาของนอกนี่มันช่างน่าอึดอัดซะเหลือเกิน ต้องแต่งตัวมิดชิดซะจนหายใจเกือบจะไม่ออก แต่ยังไม่ทันได้พักหายใจทั่วห้องน้องเล็กก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อมีมือใหญ่มาลากเขาให้เข้าไปในลิฟท์ และซึงริไม่ต้องสงสัยนานว่าคนคนนั้นเป็นใคร เพราะซึงริจำกลิ่นน้ำหอมนี้ได้ดี มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ…


“ตามผมออกมาทำไม?”
“จะให้พี่ง้อยังไงครับ?”

เท็มโปกดปิดประตูลิฟท์ ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำออก ก่อนจะหันหน้ามาถามซึงริด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่างจากครั้งที่แล้วๆมา ซึงริเลิกคิ้วพร้อมส่งสายตายียวนกวนประสาทไปหาเท็มโปอีกครั้ง และไม่ใช่แค่ท่าทางที่กวนประสาท คำพูดก้เช่นกัน...

“ง้อทำไม? ผมเป็นอะไรหรอฮะ?”

พูดพร้อมควงหมวกในมือ ไม่สนใจสายตาจับผิดของคนตรงหน้า เท็มโปเห็นแล้วอารมณ์มันเริ่มจะขึ้นอีกแล้ว ได้แต่ท่องในใจว่าซึงริเป็นแฟนเขาๆ แต่ถึงมันจะเป็นแฟนเขาก็เถอะ กวนประสาทที่สุดเลยไอ้เด็กคนนี้!


“ก็แล้วเราเป็นอะไร พี่ทำงานนะ....ทำงานซื้อของให้ซึงริไง”
“ผมก็มีงาน ซื้อของให้ตัวเองได้”
“นูน่าเขาขอร้องพี่”
“ผมก็ขอร้องพี่เหมือนกัน!”
“อีซึงฮยอน!”
 “พี่ซึงฮยอน! ไม่ต้องแก้ตัวแล้วฮะ ผมไม่ได้ติดใจอะไรซักหน่อย
พี่จะจูบกับใครมันก็เรื่องของพี่เถอะฮะ ผม....ผมไม่สนใจหรอก!”

เถียงกันไปเถียงกันมาเท็มโปก็ต้องเป็นฝ่ายเงียบเมื่อเจอประโยคจี๊ดแทงใจดำ เขาไม่รู้จะไปสรรหาวิธีไหนมาง้อคนตรงหน้าแล้ว พอจะง้อก็พูดจาไม่น่าฟังแบบนี้ ใครมันจะไปมีอารมณ์ง้อต่อ
ชเวซึงฮยอนหันกลับมาที่ประตูลิฟท์อีกครั้ง ก่อนจะมองซึงริจากภาพสะท้อนของประตูลิฟท์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ก้มหน้าล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกง ยกโทรศัพท์ขึ้นจ่อหูหลังจากที่กดหมายเลขโทรออกอย่างรวดเร็ว


ถึงเขาจะอยู่ด้านหลังแต่ซึงริก็พอจะรู้ว่า ตอนนี้พี่เท็มโปกำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครซักคน และด้วยเหตุใดเขาก็ไม่ทราบว่าทำไมจะต้องอยากรู้ว่าพี่เท็มโปโทรไปหาใคร...
 
“พี่จะโทรไปไหนน่ะ?”
“ก็จะโทรไปตอบตกลงรับเล่นเอ็มวีอีกเพลง ฉากจูบเยอะดีด้วย ซึงริไม่สนใจไม่ใช่รึไง!?”

หันมามองเจ้าของคำถามทั้งๆที่มือยังถือโทรศัพท์สีขาวเครื่องเล็กอยู่ ส่วนมืออีกข้างขยี้ผมตัวเองไปพลางๆระหว่างรอปลายสาย ซึงริมองภาพสะท้องของประตูลิฟท์แล้วได้แต่ก้มหน้าก้มตาบ่นงุบงิบกับตัวเอง..
เสียดายที่ซึงริก้มหน้าเร็วไปนิด เพราะถ้าหากซึงริเงยหน้านานกว่านี้อีกหน่อยคงได้เห็น รอยยิ้มมุมปากแสดงออกถึงความดีใจของชเวซึงฮยอน....


“พี่เท็มโป!”
“อะไร!?”

หุบยิ้มทันทีเมื่อน้องชายข้างหลังเงยหน้าขึ้นมาตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่นลิฟท์ ก่อนจะเดินมาคว้าโทรศัพท์ออกไปจากมือเขาซะดื้อๆ ไอ้คว้าโทรศัพท์น่ะไม่ค่อยเท่าไหร่ เท็มโปชินแล้ว...แต่ไอ้มาจ้องหน้าระยะประชิดขนาดนี้น่ะ เท็มโปไม่คุ้นเคย...ซึงริมองหน้าเขาเหมือนจะร้องไห้ก็ไม่เชิง เหมือนจะสำนึกผิดก็ไม่ใช่ จะอะไรก็เถอะ ตอนนี้ชเวซึงฮยอนอยากดึงอีซึงฮยอนมากอดแรงๆซักหนึ่งที คิดถึงเหลือเกินไอ้สายตาแบบนี้น่ะ!..


“พี่ยังจะไปจูบคนอื่นอีกเหรอ? ผม...ผมก็อยากจูบพี่บ้างนะ!”


ติ๊ง!

ประโยคขอร้องของซึงริดังขึ้นพร้อมเสียงประตูลิฟท์เปิด เท็มโปยังคงมองหน้าน้องค้างไว้อย่างงั้น ซึงริเองก็ยังคงค้างไว้ท่าเดิม จะแตกต่างก็ตรงที่ว่าอีซึงฮยอนกำโทรศัพท์ในมือแน่นกว่าเดิม คาดว่าถ้าโทรศัพท์มีชีวิตมันคงส่งเสียงเรียกร้องให้ซึงริปลดปล่อยมันเถอะ แต่ขอโทษที่มันไม่มีชีวิต เลยต้องเผชิญชะตากรรมในอุ้งมืออีซึงฮยอนต่อไป


“หึ!”

เมื่อรู้สึกว่าซึงริเริ่มจะหน้าแดง เท็มโปก็หัวเราะหึในลำคอเบาๆ ก่อนที่จะจับมือซึงรีแล้วพาเดินออกมานอกลิฟท์ซักที เดินออกมาก็ลากน้องไปที่หน้าห้องพักของพวกเขา กดกริ่งรัวๆ หวังให้ไอ้คนที่อยู่ในห้องเปิดประตูให้ และไม่นานเกินรอ เป็นควอนจียงที่เดินมาเปิดประตูต้อนรับพวกเขา จียงเห็นเท็มโปพาน้องกลับมาก็ได้แต่ยิ้มกับความสามารถในการง้อของพี่ใหญ่ของวง กำลังจะเอ่ยปากชมถึงกลับชะงักเมื่อ เท็มโปกระแทกไหล่เขารีบเดินไปเปิดประตูเข้าห้องตัวเองทันที

“เชี่ยแม่ง! อุตส่าห์อารมณ์ดีๆนะไอ้เท็มโป”

ก็ได้แต่ด่าตามหลังเท่านั้นแหละ....ขืนไปด่าต่อหน้ามีหวังเท็มโปเอาหนังสือฝาดหัวเขาแน่
ให้ตาย! ทำไมควอนจียงถึงไม่เกิดให้เร็วกว่านี้หนึ่งปีวะ!? ถ้าเกิดเร็วกว่านี้หนึ่งปี ไม่ใช่แค่ตำแหน่งหัวหน้าวงที่เขาจะได้ ตำแหน่งพี่ใหญ่ของวงก็ต้องตกเป็นของเขา แถมอีซึงฮยอนก็คงจะเป็นของเขาด้วย!
แต่ก็นั่นแหละ....มันเป็นแค่ความคิดไร้สาระของอดีตเห็ดนี่เนอะ

 


ปัง!
เสียงปิดประตูห้องเรียกความสนใจให้ยองเบกับแดซองไม่น้อย แต่จะให้เอากุญแจสำรองไปแอบเปิดดูแฟนเขาเคลียร์ปัญาหัวใจมันก็กระไรอยู่ อันที่จริงก็อยากรู้อยู่หรอกว่าเท็มโปกับซึงริล๊อคประตูห้องทำไม แต่จะให้ทำยังไง เขาสองคนกลัวหมีควายในห้องนั้นออกมาอาระวาดโวยวายนี่นา เพราะงั้นเอาหูแนบฟังเอาก็ได้วะ!

มาที่สถานการณ์ในห้องบ้าง
หลังจากที่เท็มโปลากน้องเล็กเข้ามา ก็จับหัวซึงริให้นั่งอยู่ที่เตียง ส่วนเขายืนจังก้าอยู่ข้างหน้าอีซึงฮยอน

 

“พี่ซึงฮยอนยังจะรับเอ็มวีนั้นอยู่รึเปล่า...?”

“ไม่รู้ ดูความประพฤติก่อนครับ”

“ผมไม่ชอบให้พี่จูบกับคนอื่น!”


เงยหน้ามองพี่ชายพร้อมจับปลายเสื้อพี่เท็มโปแน่น เท็มโปไม่รู้จะหัวเราะกับการกระทำของอีซึงฮยอนดี หรือจะดีใจที่ในที่สุดซึงริก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมซักทีดี แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ชเวซึงฮยอนอยากกวนตีนน้องขึ้นมาตะหงิดๆ

“แล้ว...เราอยากจูบพี่?”

จับมือซึงริออกจากปลายเสื้อแล้วนั่งยองๆให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับอีซึงฮยอน เท็มโปถามคำถามที่ตัวเองก็ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้พูดประโยคนี้กับน้อง แต่ก็อย่างที่บอกว่าตอนนี้อยากกวนตีนน้องเฉยๆ ไม่คิดว่าไอ้คนตรงหน้ามันจะพยักหน้าก้มหน้าก้มตาเอาจริงเอาจังกับไอ้เรื่อง ปากต่อปาก ขนาดนี้


“บรรลุนิติภาวะรึยัง พี่ไม่อยากโดนข้อหาพรากผู้เยาว์นะ”

เท็มโปพูดพร้อมประคองหน้าน้องเล็กให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา กำลังจะเลื่อนหน้าเข้าไปจูบคนตรงหน้าถึงกับชะงักเมื่อมีมือเล็กๆมาดันหน้าเขาไว้ซะอย่างงั้น และไม่ใช่มือใครที่ไหน ก็มือไอ้ตัวเล็กข้างหน้าเนี่ยแหละ


“ทำไมอ่ะ? ไหนบอกว่าอยากจูบไง”

เลิกคิ้วถามอีซึงฮยอน ก่อนจะเอามือเกาท้ายทอยแก้เก้อเมื่อตะกี้
ให้ตาย! กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ทำไมต้องมาเกิดอาการอยากแล้วหยุดตอนนี้ด้วยวะซึงริ!
ไม่รู้รึไงว่ามันค้าง! อารมณ์มันค้างอ่ะไม่เข้าใจรึไงอีซึงฮยอน~!


“ผม...ผมยังไม่บรรลุนิติภาวะนะฮะ”

เท็มโปเกือบจะหงายเงิบเมื่อได้ยินสาเหตุที่ซึงริไม่ยอมจูบกับเขา ซึงริคงจะเด็กเกินสำหรับเรื่องแบบนี้จริงๆนั่นแหละ มันยังเด็ก โอเค! และในเมื่ออีซึงฮยอนยังเด็กเท็มโปก็จะรอ...รอจนกว่าซึงริจะบรรลุนิติภาวะ แต่ตอนนี้ขออย่างหนึ่งได้ไม๊? ขอเขาฝากจูบของเขาไว้กับปากอีซึงฮยอนซักทีเถอะ แต่อย่าคิดว่าคนอย่างชเวซึงฮยอนจะฝืนใจน้องสุดที่รักคนนี้ เพราะเท็มโปไม่คิดจะทำ


“ฝากนี่ไว้ก่อนแล้วกัน....เน๊อะ?”

ยิ้มกว้างให้น้องเล็กหลังจากที่ ประทับจูบลงกับปลายนิ้วของตัวเอง ก่อนจะยื่นมือไปแตะที่ริมฝีปากของอีซึงฮยอนเบาๆ คนถูกกระทำก็ได้แต่ยิ้มดีใจที่พี่ชายพูดจาน่ารักกับเขาแบบนี้ เท็มโปเห็นซึงริยิ้มแล้วถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ น่ารัก! น่ารัก! น่ารัก! ยิ้มแบบนี้แล้วอีซึงฮยอนของเขาน่ารักที่สุด!

“พี่จะนับวันรอวันที่ซึงริอายุ 20  ถึงวันนั้นเมื่อไหร่พี่ไม่รอแล้วนะ”

จับมือน้องเล็กซึงริขึ้นมาโปะแก้มตัวเอง พร้อมขยี้หัวซึงริเล่น...
รออีก 3 ปีข้างหน้านะอีซึงฮยอน ยังไงพี่ชายคนนี้ก็จะจูบเทคเดียวผ่านแต่ทุกวันกับซึงริคนเดียว....
นับถอยหลัง 1080 วันที่ชเวซึงฮยอนจะพ้นข้อหาพรากผู้เยาว์
อีกแค่ 25920 ชั่วโมงที่อีซึงฮยอนจะได้เป็นนายเอกมิวสิคในใจเท็มโปอย่างแท้จริง....

 

.


.


.


.


“ท๊อปฮยองแสดงเก่งจัง ผมเกือบร้องไห้แน่ะ!”

แดซองปรบไม้ปรบมือชื่นชมพี่ใหญ่ที่นั่งกินข้าวไม่สนใจใครอยู่ในครัว ก่อนจะหันไปข้อความเห็นสมาชิกที่เหลือโดยเฉพาะน้องเล็กของวงที่เอาแต่นั่งเงียบตั้งแต่ดูเอ็มวีนี้ ยองเบเห็นท่าไม่ดีเลยส่ายหัวปรามแดซองไม่ให้ไปยุ่งกับซึงริ แต่อยู่ดีๆไอ้คนที่บอกว่านั่งเงียบตั้งแต่เริ่มเพลงกลับตะโกนเสียงดังลั่นขึ้นมา

“ผมไม่อยากรอวันนั้นแล้วนะพี่ซึงฮยอน...ช่างหัวมันเถอะพรากผู้เยาว์อะไรนั่นน่ะ ผมไม่อยากรอแล้ว!”
“ห๊ะ?”

เท็มโปถึงกับสำลักข้าวเกือบติดคอตาย ยังไม่ทันได้กินน้ำหล่อลื่นหลอดลม ไอ้คนที่ตะโกนเมื่อกี้ก็เดินหน้าตาเคร่งเครียดเดินมาทางเข้าเรียบร้อยแล้ว ตายโหงละว่ะงานนี้! นี่กูจะต้องติดคุกข้อหาพรากผู้เยาว์จริงๆน่ะเหรอ?

“อ...เอ่อ อีกสามปีไงซึงริ”
“ก็ผมบอกแล้วไงว่าไม่รอแล้ว!”

 


------------------------------------------


เอ่อ ตัดจบแบบนี้จะเป็นอะไรไหมนี่ ><
เรื่องสุดท้ายก่อนไปสอบ(บอกแบบนี้กี่รอบแล้วฟ่ะ 5555)
อิสอะสนองนี๊ดแท้ๆ >< วันเทคกับน้องคนเดียวเหอะเท็มโป
แต่จะยังไงก็เถอะ อยากเห็นเท็มโปจูบชัดกว่านี้ ถึงจะจี๊ดใจตัวเองก็ตามที
ชอบเอ็มวีนี้ที่สุด! หล่อโค่ดดดดดดดดดดดดดดดด หล่อเข้าไปค่ะเท็มโป
อิกิ๊ฟหงายเงิบเพราะความหล่อของพี่มานักต่อนักแล้ว อีกครั้งจะเป็นไรไป

เอาเป็นว่า ขอบคุณค่ะ 555555

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่า เอาคนแรกก่อน

แล้วค่อย มาอ่าน อิอิ

แต่ ดูแล้ว ท่าจะสนุกน่าดูน่ะ

#1 By ~UZ_SUN~ on 2008-03-15 21:00

เหอ เหอ เหอ ไงจบห้วนๆแบบนี้อ่ะ มันคาใจนะค่ะเนี่ย

จะให้มีฉากกุ๊กกิ๊กหน่อยก็ไม่ได้(คนอ่านหื่น)

แต่ก็น่ารักดีค่ะ

#2 By (222.123.105.89) on 2008-03-16 19:13

น่ารักดีนะ หึหึ พี่ใหญ่กับน้องเล็ก
(ปกติอ่านแต่ จี-รี)

#3 By sakuraban (124.120.103.191) on 2008-04-01 08:40

มันมากๆคร้าบบ

#4 By 555555555+ (125.25.27.37) on 2008-04-10 21:15

55555555555555555555555555555555
ขอฮาก่อนน้ะ ไม่ไหวแล้น
ชเวซึงฮยอน แกมันฮาได้อีกอ้ะ!
ให้ตาย! ชเวซึงฮยอนผิดอะไรที่เกิดมาหน้าตาดี!?
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ผิดอะไร? ผิดตรงที่แกเกิดมาเป้นคนรักของอีซึงฮยอนไง!

โอ้ย ยยยยยยยยยยยยยย
ซึงรึน่ารักได้โล่ อ้อนจนพี่อยากจะจับแกมาผูกติดด้วยกันซัก1ชาติ 555555555 กรี๊ดดดดดดดดดดด
อยากกินเด็ก ผิดกฏหมายมั้ยค้ะ?
ไม่ผิดค่ะ ถ้าคนที่กินเป็นพัชราภรณ์ 55555555
เพราะพี่เป็นภรรยาที่ถูกต้องของซึงรี(แต่ซึงรีเป็นภรรยาองปู่เทม)เอ้ะ? พี่พร่ำเพ้อะไร?555555
เข้าฟิคๆ น้องอ้อน น้องน่ารัก น่าใส น้องซื่อ น้องน่าจับกดที่สุดดดดดด!



ผมไม่อยากรอวันนั้นแล้วนะพี่ซึงฮยอน...ช่างหัวมันเถอะพรากผู้เยาว์อะไรนั่นน่ะ ผมไม่อยากรอแล้ว!”
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
นั่นสิ จะรอทำไม ไม่ต้องรอแล้ว จูบเลยจูบเลย
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



“อ...เอ่อ อีกสามปีไงซึงริ”
“ก็ผมบอกแล้วไงว่าไม่รอแล้ว!”

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
น้องบอกไม่รอแล้วไงชเวทอป ทำตัวเป้นสุภาพบุรุษอยู่นั่น คว้าหัวมาจูบเลย กรีดดดดดดดดดดดดด
น้องกิ้ฟแต่งฟิคได้สูบฉีดเลือดพี่มากเลยอ้ะรู้ตัวม่ะ?
อ่านแล้วพี่รู้สึกอยากวิ่งกรี๊ดรอบหอ เอาให้ทุกคนตื่นมาดูว่าพี่แหกปากทำไม? ก็คนมันรักค้ะ เขินคนมันรักกัน กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!
จ๊วบบบบบบบบบบบบบบ ทูซึง
จ๊วบบบบบบบบบบบบบบ น้องกิ้ฟฟ

#5 By (168.120.12.138) on 2008-07-06 01:56

น่ารักคร่า

แบบหนูชอบบบบบบบบบ

ขอบคุณน้าคร่า

#6 By bb (124.121.174.87) on 2008-07-09 01:15

โอ๊ววว คุณน้องขา ฟิคนี้ได้ใจไปหลายกอง
แอบเคืองเอ็มวีนี้เหมือนกัน จูบนะ มันจูบ
โฮกกกกกก
แล้วน้องซึงรี พระเจ้า ขี้หึงได้โล่ ก็นะแฟนทั้งคน แถมยังไปจูบกะชะนี ใครจะไม่หึงล่ะ ว่ามั้ย?
สามปี รอีกตั้งสามปี รอไหวหรอออออออ?
แต่น้องมันมาเสนอให้ถึงที่แล้วอ่ะ
ไม่ต้องรอแล้วล่ะ เอาเลย จูบเลย
จูบแล้วก็กดเลย โฮะๆๆๆ เด็กมันมายั่วถึงที่แบบนี้
ยังจะอดใจไหวมั้ย? หืม?

กรี๊ดดด ชอบค่ะ น่ารักดี
พ่อแง่แม่(?)งอน

โฮะๆๆๆ

#7 By kumameaw on 2008-10-13 19:13

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ฟิคเรื่องนี้
มักเน่น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กกกกกกกกกกกกกก

ไม่น่าเชื่อว่าอิชเวโป้มันจะรอ
ตั้งสามปีเลยนะนั่น
ตั้งหนึ่งพันเก้าสิบห้าวันเลยนะ

เป็นเรานะ
ไม่ให้รอดหรอก หึหึ
ก็น่ารักขนาดนั้น ใครรอได้ก็บ้าแล่ว{เพราะฉะนั้นแกน่ะบ้าอิเท๊ม}

แต่สุดท้ายก็เป็นน้องอีที่รอไม่ไหว
โฮะๆๆๆๆๆ
อ่านแล้วอยากเป็นชเวท็อปจัง

สนุกมากเลยค่ะbig smile

#8 By God'z_vox (125.27.26.65) on 2008-11-16 16:31

โข่งและหลังดอยมากที่เพิ่งจะเสิร์ทหาฟิค TOPTORYอ่าน
แต่ชอบนะคะ ชอบจริงๆอิอิฟิคสนุกค่ะ น้องด้าน่ารัก ถูกใจมากมาย

ปล. ประโยคสุดท้าย “ก็ผมบอกแล้วไงว่าไม่รอแล้ว!”
วันนี้เพิ่งเข้าใจว่า(คนแต่งแต่งนานแล้วแต่เราเพิ่งได้มาอ่าน)
น้องบอกน้องไม่รอ เพราะน้องมันอยากทำยิ่งกว่าพี่(เหมือนในMV Strong Baby นั่นเอง) TToTT

#9 By pika on 2009-01-03 14:00

ไงจบงี้อ่ะ

ต่ออีกนิดเห๊อะ


รอดูอิเท้ม พรากผู้เยาว์

5 5 5

#10 By ปู่เท้ม (125.25.28.119) on 2009-01-11 15:34

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด น่ารักมาก น้องซึง ไม่ไหวๆ
น่ารักไปไหนเนี่ย

แอบขำจีอ่ะ
แต่ก็นั่นแหละ....มันเป็นแค่ความคิดไร้สาระของอดีตเห็ดนี่เนอะ

ก้ากกกกกกกกกกกกก

#11 By kmze on 2009-04-24 10:04