[Short Fic] Somebody’s Me
posted on 24 Mar 2008 18:33 by e-keijung in TOPTORY
[Short Fic] Somebody’s Me
By: E-keijung
Song for fiction: Somebody’s me - Enrique Iglesias
Character: Yongbae x Seungri
“พี่ยองเบ ผม....ผมชอบพี่มาตั้งนานแล้วฮะ”
คำพูดนั้นดังขึ้นพร้อมเลื่อนใบหน้าเข้าหาเขาเรื่อยๆ ใกล้จนเห็นดวงตาดำสนิทเข้มข้น
ใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนวูบๆ อีกแค่นิดเดียวที่ริมฝีปากทั้งคู่นั้นจะจรดทาบลง
“พี่ยองเบ...”
เบ...
ยองเบ....
พี่ยองเบ.....
((ก๊อก! ก๊อก!))
“พี่ยองเบ! ตื่นได้แล้วฮะ สายแล้วนะ”
เสียงเคาะประตูพร้อมเสียงหวานที่คุ้นเคยกลับมากระชากเขาออกจากความฝัน
“ฝันหรอวะเนี่ย....”
เกาหัวตัวเองสองสามที มองไปที่ประตูหน้าห้องที่เมื่อกี้มีเสียงคุ้นเคยมาตะโกนปลุกเขา ก่อนจะลุกขึ้นมาจัดเก็บที่นอนเหมือนทุกวันที่ผ่านมา หยิบผ้าขนหนูพาดบ่าตัวเองพร้อมกดเปิดวิทยุเครื่องใหญ่เดินยิ้มลอยๆเข้าห้องน้ำไป
♪♫Somebody wants you
Somebody needs you
Somebody dreams about you every single night
Somebody can’t breathe, without you it's lonely
Somebody hopes that one day you will see, that somebody's me…♫
เสียงเพลงถูกเปิดคลอตลอดการอาบน้ำของเขา และยิ่งเป็นเพลงที่ถูกใจยองเบก็ไม่ลืมที่จะอ้าปากร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี จะหาว่าเขาเว่อร์ละสิ? อย่าว่าอย่างู้นอย่างี้เลย นี่ยังน้อยไปสำหรับดงยองเบ ดนตรีถือว่าเป็นญาติคนหนึ่งของชีวิตไปซะแล้ว กินข้าวยองเบต้องฟังเพลง ก่อนนอนก็ต้องฟัง สำหรับการฟังเพลงในห้องน้ำ ยองเบใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเพลงเขาก็อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย จะเรียกได้ว่า การฟังเพลงเหมือนเป็นการจับเวลาการอาบน้ำของเขาก็ว่าได้...
ยองเบเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมรอยยิ้มที่เกิดขึ้นเพราะ ความฝันเมื่อคืนยังเล่นกอภาพซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวเขาตลอดเวลา จะให้ลืมกันง่ายๆคงไม่ได้ ยองเบไม่เคยฝันว่าซึงริมาบอกรักเขาแบบเมื่อคืนนี้เลยซักครั้ง จะมีก็แต่เขานั่นแหละที่ไปบอกรักซึงริ แล้วมันก็จบลงที่น้องมาเคาะประตูห้องปลุกเขาทุกครั้งไป จะยังไงก็เถอะ ฝันก่อนตื่นแบบนี้มันเป็นรางบอกเหตุที่ดี...
ให้ตาย! ทำไมชีวิตจริงมันไม่เป็นแบบในฝันบ้างวะ?
นึกแล้วก็น่าเจ็บใจจนเผลอติดกระดุมเสื้อผิดรูจนต้องแกะมาติดใหม่ ตรวจสอบสภาพหน้ากระจกอีกนิด หยิบหมวกไหมพรมขึ้นมาสวม เดินยิ้มแอคเดิมไปที่ประตูห้อง ก่อนที่จะเปิดมันออกช้าๆ
แกร๊ก!
“หวัดดีฮะ...พี่ยองเบ”
หุบยิ้มแถบไม่ทัน เมื่อเจอคนในฝันมายืนทำหน้าตาน่ารักอยู่หน้าห้อง หลังจากที่ซึงริมาตะโกนปลุกเขา
อีก 15 นาทีต่อมา ซึงริจะมายืนรอสวัสดียองเบหน้าประตูพร้อมโชว์เขี้ยวน่ารักๆแบบนี้ทุกเช้า
น่าแปลกที่เขารู้ว่าซึงริจะต้องมาทำแบบนี้ทุกวัน แต่ยองเบกลับไม่ชินกับรอยยิ้มของน้องซักที
“หวัดดีครับ...”
ก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มมุมปากให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่ตรงหน้า ขยับหมวกไหมพรมบนหัวเล็กน้อยแก้เขินพร้อมหันหลังไปจัดการกับประตูห้องของตัวเอง ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาทีก็ล๊อคห้องเสร็จ อันที่จริงเขาอยากจะใช้เวลาให้นานกว่านี้ซะหน่อย เพราะถ้าล๊อคห้องเสร็จเร็วเท่าไหร่ คนที่ยืนอยู่ข้างหลังตอนนี้ก็ต้องจากยองเบไปเร็วเท่านั้น
“ผมไปนะฮะ”
ส่งยิ้มหวานให้อีกครั้ง ก่อนจะวิ่งลงบันไดไปหาคนที่ยืนสะพายเป้ดูดอมยิ้มรออยู่ข้างล่าง ทำหน้าตาเหมือนพระเอกมิวสิคยืนรอนางเอกเพื่อพาไปเดทอะไรเถือกๆนั้น
และพระเอกคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล เพื่อนร่วมชั้นของเขาเอง... เชวซึงฮยอน
ซึงริชอบ ไม่สิ! ซึงริเป็นแฟนซึงฮยอน ส่วนเขาเป็นรุ่นพี่ที่บังเอิญดันมาเช่าห้องติดกับคนที่เพิ่งวิ่งลงบันไดไปเมื่อกี้ มันเป็นความบังเอิญโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ทั้งเรื่องที่เขาอยู่ห้องข้างๆกับซึงริ และเรื่องที่เขา แอบหลงรักอีซึงฮยอน
มันเป็นเรื่องบังเอิญที่สมบูรณ์แบบเหลือเกินสำหรับรักสามเศร้าเคล้าน้ำตา...
ยืนมองตั้งแต่ตอนที่น้องยังอยู่หน้าห้อง จนกระทั่งซึงริวิ่งไปจับมือกับซึงฮยอนที่อยู่ข้างล่าง ยองเบทำได้แค่มองตามหลังซึงริเท่านั้น อันที่จริงเขาอยากจะพูด อยากจะคุย อยากสนิทสนมกับซึงริให้มากกว่านี้ แต่ทว่าพออยู่ต่อหน้าน้องทีไร ปากมันหนักไม่กล้าพูดอะไรออกมาทุกที ได้แต่ยิ้มได้แต่มอง ...พอน้องเดินหันหลังไป
เขาก็ทำได้แค่เจ็บใจตัวเองที่ไม่กล้าจะทำอะไรไปวันๆนั่นแหละ...
“เจอกันที่โรงเรียนนะ อีซึงฮยอน...”
ก็ได้แต่บอกน้องตามหลังแบบนี้ทุกทีสิน่าดงยองเบ....
.
.
.
“เห้ย! แฟนน้องเขานั่งอยู่ข้างหน้ามึงนะ”
ควอนจียงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ยองเบ กระซิบบอกเตือนสติเพื่อนรักที่เอาแต่เขียนชื่อ อีซึงฮยอน เต็มหน้ากระดาษหนังสือเรียน โดยที่ไม่สนใจไอ้คนที่นั่งหัวโดอยู่ข้างหน้าเลยซักนิด ขึ้นชื่อว่าเชวซึงฮยอน หวงแฟนยิ่งกว่าของกิน ดงยองเบไม่รู้หรือว่าแกล้งโง่กันแน่? เขารู้อยู่หรอกว่าเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆแอบรักรุ่นน้องที่ชื่อ อีซึงฮยอนมานานแค่ไหน และควอนจียงก็รู้อีกด้วยว่า ยองเบไม่เคยคิดจะแย่งซึงริมาจาก เท็มโปเลยซักวินาที จียงเข้าใจยองเบทุกอย่าง
แต่ไอ้ที่ไม่เข้าใจอยู่เรื่องเดียวน่ะ คือ มันจะนั่งเขียนชื่อ อีซึงฮยอนไปอีกซักกี่แผ่นกันครับ!? กะจะทำสติโลกเลยรึไง นี่มันปาเข้าไป 5 แผ่นแล้วนะไอเตี้ย!
ถ้าเท็มโปมันเกิดอารมณ์อยากจะหันหลังขึ้นมา เพื่อนสนิทเขาไม่แย่ตายเหรอ? ไอ้ตายน่ะคงตายแน่ แต่มันจะพาลมากระทืบเขาด้วยเนี่ยสิ ไม่ไหวนะเฮ้ย!
“แล้วไง?”
“แล้วไง?..มึงอยากโดนมันทุบให้มึงเตี้ยลงกว่านี้รึไง!”
ยองเบชะงักมือหยุดเขียนทันทีเมื่อจียงพูดจบประโยค ขยำกระดาษ สี่ห้าแผ่นที่เขาเขียนชื่อ อีซึงฮยอนใส่ใต้โต๊ะ ท้าวแขนมองหน้าเพื่อนสนิทที่ทำหน้าหนิ่วขิ้มขมวดเป็นเดือดเป็นร้อนกับการกระทำของเขาอย่างเซ็งๆ
จียงหันมาสบตาก่อนที่จะหันไปตั้งใจจดข้อความบนกระดานหน้าห้องต่อ ส่วนเขาได้แต่รอให้เวลาเรียนคาบเช้าผ่านไปเรื่อยๆ ภาวนาให้ชั่วโมงนี้จบลงเร็วๆ
ถ้าเขามีกระจิตกระใจเรียนได้อย่างควอนจียงซักครึ่งหนึ่ง ก็คงจะดีไม่น้อย
คงจะดีกว่านี้ถ้าตอนนี้ดงยองเบหยุดคิดถึงรุ่นน้องปีหนึ่งที่ชื่อ อีซึงฮยอนได้ซักสองสามนาที…
“เฮ้อ...เมื่อไหร่จะหมดชั่วโมงวะ”
((ออดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด♪))
และไม่นานเกินรอ เสียงออดหมดคาบเช้าก็ดังขึ้น นักเรียนในห้องเก็บของทั้งหมดลงใต้เก๊ะพร้อมพูดคุยกันเสียงดังระงมทันที จะมีก็แต่ไอ้คนที่ไม่ได้เอาอะไรไว้บนโต๊ะตั้งแต่เริ่มชั่วโมงอย่างดงยองเบเนี่ยแหละที่ยั่งนอนฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะไม่กระดิกไปไหน
จียงหันมามองเพื่อนสนิทพลางถอนหายใจก่อนจะสะกิดแรงๆให้ยองเบลุกขึ้นมามองใครบางคนที่วิ่งมากำลังทำหน้าตาน่ารักตะโกนเสียงใสอยู่หน้าประตูห้อง
“พี่ซึงฮยอน! กินข้าวฮะ!”
“โอ้โห! ตามถึงห้องเลยว่ะ กูอิจฉาเว้ยเฮ้ย”
เพื่อนที่ร้องเสียงโห่แซวหันมาปาเศษกระดาษที่ขยำเป็นก้อนกลมๆไปที่หลังห้องอย่างพร้อมเพียง เท็มโปยิ้มให้ซึงริ ทำไม้ทำมือบอกให้น้องยืนรอซักครู่ ก่อนที่จะหันมาชวนเพื่อนรักอีกสองคนข้างหลังด้วยใบหน้าระรื่นเต็มอัตรา
ควอนจียงเห็นแล้วถึงกับทำหน้าเบ้ทันที แต่อย่าเข้าใจผิด! จียงไม่ได้หมั่นไส้เชวซึงฮยอนแต่อย่างใด เขาแค่คิดว่าเท็มโปไม่เหมาะกับหน้าตายิ้มระรื่นแอบแบ๋วน่ารักนั่นเลยซักนิด อย่างมันต้องเหี้ยมโหดมาเฟียอำมหิตเท่านั้นแหละ คิดแล้วมันก็น่าสงสารเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆตอนนี้ชะมัด ไอ้หน้าแอบแบ๋วน่ารักน่ะมันเหมาะกับนายต่างหาก...ยองเบ
“มึงจะไปป่ะยอง...”
ยังไม่ทันพูดจบประโยค ไอ้คนที่ถูกถามมันดันลุกขึ้นเดินตามเท็มโปไปซะอย่างงั้น
นี่มึงจะบ้าไปแล้วเหรอ? ดงยองเบเป็นพวกซาดิสรึไง ชอบเห็นภาพบาดใจสินะ มีความสุขมากเลยสินะตอนเห็นคู่รักเขาจู๋จี๋กันน่ะ เฮอะ! ประสาท! เขาไม่ได้แอบชอบ อีซึงฮยอนยังจี๊ดแทนมันเลย แล้วนี่มันไปนั่งมองเขาป้อนข้าวป้อนน้ำกัน ยองเบมันไม่ต้องซัดน้ำใบบัวบกสิบแกลอนต่อวันเลยเหรอวะเนี่ย?
“รักเขาข้างเดียว สงสารมึงจังว่ะไอ้เตี้ย...”
ถ้าไม่ติดว่าเขาไม่ชอบกินข้าวคนเดียว และต้องไปทำหน้าที่ปลอบใจยองเบ ควอนจียงไม่มีทางเดินตามไอ้เท็มโปออกไปเด็ดขาด ขอบอก! เขาไม่ถูกกับฉากสวีทเลี่ยนๆแบบนั้นเลยซักนิด เห็นแล้วจะอ้วก! สะอิดสะเอียนคลื่นไส้!
.
.
.
“พี่จียงกินนี่สิฮะ อร่อยน้า...”
รุ่นน้องปีหนึ่งนามคังแดซอง คีบเนื้อปลาดิบยื่นใส่ปากจียงช้าๆ ตามด้วยกระป๋องน้ำอัดลมจ่อปากบริการถึงที่ เรียกรอยยิ้มให้เพื่อนร่วมโต๊ะได้ไม่น้อย ...ยกเว้นก็แต่น้องเล็กอีกคนที่นั่งทำหน้ามุ่ยเป็นหมีแพนด้าท้องอืดไม่มีอารมณ์ร่วมตั้งแต่ก้นถึงเก้าอี้
“ทำไมพี่ไปส่งผมไม่ได้อีกแล้วล่ะฮะ”
“พี่ติดงาน...นะ! อาทิตย์นี้อาทิตย์เดียวแหละ”
จับหัวน้องโยกไปโยกมา ลูบผมเบาๆหวังให้น้องเข้าใจเหตุผลที่ว่าทำไมเท็มโปถึงกลับบ้านกับซึงริไม่ได้ในวันนี้และวันก่อนหน้านี้อีกหลายๆวันที่ผ่านมา ยองเบเหลือบตาขึ้นมามองเป็นระยะๆ หลังจากที่ทำเป็นตั้งใจกินข้าวไม่พูดไม่จากับใครตั้งแต่มานั่งที่โต๊ะ แต่อันที่จริงอึดอัดเกินจะทน นี่ถ้าไม่ติดว่าซึงริไม่ใช่แฟนเท็มโป เขาอยากจะตั้นหน้าซึงฮยอนซักหมัด! กล้าดียังไงมาทำน้องซึงริเสียใจ? กล้าดียังไงมาทำให้คนที่ยองเบแอบชอบผิดหวัง? อยากจะเงยหน้าขึ้นมาตะโกนใส่หน้าน้องใจจะขาดว่า กลับบ้านกับมันไม่ได้ ก็กลับกับพี่ก็ได้! ห้องก็ใกล้กัน ห่างกันก็แค่คืบเดียวเท่านั้น!
แต่ประเด็นที่ว่า ซึงริไม่ใช่ของเขา และน้องก็เป็นแฟนเท็มโปเนี่ยสิ ไอ้สิ่งที่อยากทำมันเลยหายวับไปในพริบตา....
สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ก็มีแต่ ด่าชเวซึงฮยอนเพื่อนรักในใจเท่านั้นแหละ...
.
.
.
.
“กูกลับก่อนนะยองเบ เจอกันพรุ่งนี้เว้ย!”
โบกมือลาเพื่อนทั้งๆที่หน้ายังฟุบอยู่กับโต๊ะ จียงเห็นแล้วอยากกระชากให้มันเงยหน้าขึ้นมาสนใจเขาซักนิด นี่ชีวิตมันมีแต่ไอ้รุ่นน้องคนนั้นรึไง? ทำอย่างกับว่าไม่มีซึงริ โลกจะสลายมลายจากไปซะอย่างงั้นแหละ ไอ้เด็กนั่นก็ช่างไม่รู้อะไรเลย มองข้ามเพื่อนสนิทเขาไปได้ยังไง ห้องพักก็อยู่ใกล้กันแค่นั้นแต่กลับไม่เคยกลับบ้านด้วยกัน
มาด้วยกันเรอะยิ่งไม่เคย ก็แล้วทำไมไอ้คนบ้านไกลอย่างเท็มโปมันถึงไปสปาร์คติดกับน้องได้วะ…
“หืม? ไอ้น้องซึงรีนี่หว่า ....”
เดินลงบันไดมาก็จวนจะถึงหน้าตึกก็ต้องชะงักเท้าทันทีเมื่อเห็นรุ่นน้องแฟนเพื่อนเดินสวนทางเขาไปเมื่อตะกี้
ความสงสัยในหัวก็แล่นขึ้นมาทันที ทำไมมันยังไม่กลับอีกละ? ปกติเห็นยังไม่ห้าโมงก็บึ่งกลับบ้านไปแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วยิ่งเท็มโปบอกว่าติดงานแบบนี้มันยิ่งต้องกลับเร็วเข้าไปใหญ่สิ? หรือว่ามันจะ....แอบคบกับไอ้ยองเบแล้ว ความเป็นไปได้สูงใช้ได้..
คิดแล้วมันก็น่ายินดีกับยองเบจริงๆ ถึงจะเป็นที่สอง อย่างน้อยก็ได้เป็นเจ้าของเขาครึ่งหนึ่งแล้วละวะ
“โฮ๊ะ! ส่งข้อความไปคอนเกททูเลชั่นมันหน่อยดีกว่าโว้ย.....”
'ไม่เป็นไรนะมึง เป็นที่สองก็ยังดีกว่า ไม่ได้เป็นโว้ย!
วายบีไฟติ้ง! กูรักนะมึงนะครับเพื่อนเตี้ย...’
ยองเบกดอ่านข้อความเข้าล่าสุดที่ตอนแรกกะจะกดลบตั้งแต่ได้ยินเสียง.. ปี๊บ ปี๊บ แต่อะไรไม่รู้ดลใจให้เขากดเปิดข้อความ พอเปิดอ่านถึงกับนึกเสียดายเวลาซะเหลือเกิน เพื่อนรักเขาเกิดอาเพสอะไรขึ้นมาอีก ที่หนึ่งที่สองอะไรของมัน? จำได้ว่าครั้งล่าสุดที่เขาไปแข่งร้องเพลงมาก็ได้ที่สามไม่ใช่เหรอวะ? ถ้าไม่มีคำว่า เพื่อนเตี้ย ยองเบคงคิดว่าจียงกดส่งข้อความผิดคน แต่เอาเถอะ จะส่งผิดส่งถูกอะไรก็เรื่องของมัน เขาไม่เคยหาสาระอะไรได้จากเพื่อนหัวเคยเห็ดคนนั้นอยู่แล้ว....
“พี่ยองเบ....ยังไม่กลับอีกเหรอฮะ?”
เงยหน้าจากมือถือเครื่องเล็กทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียกหน้าห้อง ใจจริงอยากเอามือมาขยี้ตาเหมือนในหนังตอนพระเอกคิดว่าตัวเองตาฝาดจนเห็นภาพลวงตา แต่ทำไม่ได้เพราะเขาคงไม่ใช่พระเอก
นั่นมันอีซึงฮยอนไม่ใช่เหรอ? ป่านนี้ซึงริต้องกลับบ้านไปแล้วไม่ใช่รึไง แล้วมายืนทำตัวน่ารักอะไรอยู่หน้าห้องตอนนี้....
“แล้ว....ซึงริมารอไอ้ซึงฮยอนหรอ...ครับ?”
“ป่าวฮะ! มารอพี่นั่นแหละ”
พูดพร้อมเดินเข้ามานั่งโต๊ะข้างๆยองเบที่ทำตาโตเลิกคิ้วเชิงถามน้องเพื่อความแน่ใจ แถมเอามือแปะหน้าอกตัวเองเพื่อความมั่นใจอีกหนึ่งดอก แต่ไม่ว่ายองเบจะถามน้องอีกกี่ครั้ง ซึงริก็พยักหน้าให้คำตอบว่า ที่พี่ยองเบได้ยินนั้นไม่ผิด แต่เหมือนยองเบจะคิดไปไกลจนลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป..
“พาผมไปดูพี่เท็มโปทำงานหน่อยสิฮะ”
…..
“พี่ยองเบกลับช้าแบบนี้ทุกวันเลยหรอฮะ?”
พยักหน้าให้คนที่เดินตามหลังอยู่พร้อมเอาไอพอดขึ้นมาเสียบหูตัวเองไปด้วย ไม่ใช่ว่ายองเบไม่อยากได้ยินเสียงซึงริที่ถามเขาไม่หยุดตลอดทาง แต่เขาไม่รู้จะทำอะไรต่อหน้าซึงริต่างหาก มือไม้มันเกะกะไปหมดเวลาอยู่ต่อหน้าอีซึงฮยอน ที่เดินนำหน้าอยู่นี่ก็ไม่ใช่เพราะรังเกียจน้อง ...แต่กลัวว่าถ้าไปเดินข้างๆมือมันจะแตะกันจนเขาเผลอไปจับมือน้องโดยไม่รู้ตัว
“ถึงว่า...ผมกลับไปทีไรไม่เคยเห็นห้องพี่เปิดอยู่เลย”
แต่เหมือนน้องจะไม่รู้ใจยองเบเลยซักนิด พอเขาเดินนำหน้า น้องก็เดินตามขึ้นมาทันทุกที แล้วไอ้คำถามนี้น่ะ ทำเขาอึดอัดชะมัด! อยากตอบออกไปใจจะขาดว่า ที่กลับช้าแบบนี้เพราะเขาไม่ชอบกลับบ้านก่อนซึงริไงละ เขาชอบจะมองห้องซึงริที่เปิดอยู่มากกว่าตอนที่มันล๊อคเอาไว้
แต่ทำไงได้!? ขืนบอกไป ความลับที่เก็บซ้อนไว้ว่ารักน้องมากแค่ไหนก็จบเห่กันพอดี เขาไม่อยากเป็นพระเอกอกหักตอนนี้หรอกนะ ได้แต่เดินเงียบๆฟังเพลงฟังเสียงน้องถามแบบนี้ต่อไปนั่นแหละดีที่สุดแล้ว..
“พี่ยองเบว่า....อื้อ!”
แต่ยองเบก็ต้องชะงักเท้าหยุดเดินทันทีเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องชมรมของเท็มโปที่เปิดประตูแง้มเอาไว้เล็กน้อย
ส่งผลให้คนที่เดินตามชนเข้ากับหลังยองเบเต็มๆ ซึงริเกาหัวเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหน้ารุ่นพี่ช้าๆ
“มีอะไรหรอฮ....”
หลังจากที่หันไปมองหน้ารุ่นพี่ เขาก็เหลือบไปเห็นภาพที่ลอดออกมาจากประตูที่เปิดอ้าเอาไว้ข้างหน้าพอดี
ซึงริเห็น พี่ซึงฮยอนของเขากำลังจูบกับรุ่นพี่ปีสองที่ก่อนหน้านี้พี่เท็มโปบอกเขาว่า น่ารักไม่เท่าซึงริ
พี่เท็มโปบอกเขามาตลอดว่า รุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้น พี่เท็มโปไม่เคยสนใจ...
กำลังจะเดินเข้าไปเปิดประตูให้กว้างกว่านี้ก็ต้องโดนห้ามเอาไว้จากรุ่นพี่ที่เป็นไกด์พามาเห็นเหตุการณ์ในห้อง
ซึงริไม่ได้หันมามองหน้ายองเบ.. น้องยังคงมองเข้าไปในห้องนั้น จากฉากจูบที่ดูธรรมดา..พี่เท็มโปโน้มตัวผู้หญิงคนนั้นลงกับโซฟา ภาพที่ซึงริเห็น ยองเบก็เห็นเช่นกัน และแน่นอนว่าเขาไม่อยากให้น้องเห็นมากไปกว่านี้ ยองเบปิดประตูนั้นเบาๆก่อนที่จะหันไปมองหน้าซึงริค้างไว้แบบนั้น อีซึงฮยอนไม่ได้ร้องไห้อย่างที่ใครคิดว่าจะเป็น ไม่แม้แต่จะแสดงท่าทีเจ็บปวดใดๆ แต่เขารู้....รู้ว่าตอนนี้ซึงริกำลังเสียใจมากแค่ไหน...
ซึงริวางถุงกระดาษที่บรรจุขนมของกินที่รุ่นพี่ข้างในห้องเคยบอกว่าชอบกินไว้หน้าห้อง ก่อนจะจับมือยองเบเดินเลี่ยงออกมา ทั้งสองคนเดินช้าๆจากชั้นห้าลงมาจนถึงชั้นล่างของอาคาร ไม่มีใครเอ่ยคำใดๆออกมาระหว่างการเดินทางกลับบ้าน ตำแหน่งการเดินอาจจะสลับกับตอนที่อยู่ในโรงเรียน เพราะตอนนี้ยองเบเดินตามหลังซึงริอยู่ อันที่จริงเขาก็เดินตามหลังซึงริอยู่แบบนี้มาตลอด แตกต่างก็ตรงที่ว่า...วันนี้น้องเดินเงียบไม่พูดไม่จาเหมือนทุกวัน
ถึงที่ผ่านมาเขาจะเห็นซึงริยิ้มแย้มกับซึงฮยอนมามากมายยังไง เขาก็ชอบที่จะเห็นมันมากกว่าที่จะเห็นน้องซึมเศร้าแบบนี้
เดินกันมาเรื่อยๆก็มาถึงห้องพักซักที ซึงริเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องตัวเอง ก่อนที่จะหันมามองหน้ายองเบพร้อมพูดประโยคที่เบาเหมือนกระซิบ แต่เขากลับได้ยินเสียงนั้นชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ผมอยู่ห้องพี่ได้รึปล่าฮะ?”
แล้วมีเหรอที่คนอย่างเขาจะตอบปฏิเสธอีซึงฮยอน....ยองเบเปิดประตูห้องไวกว่าปกติ เดินนำหน้าตรงเข้าไปที่หัวเตียง คว่ำกรอบรูปที่มีแต่รูปซึงริลงทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เช็คความแน่ใจอีกครั้งก่อนที่จะเดินย้อนกลับไปกดสวิตซ์ไฟทุกดวงในห้องให้สว่างขึ้นพร้อมกัน
ซึงริยังคงยืนค้างอยู่หน้าห้อง เป็นยองเบที่ต้องลากน้องมานั่งพักที่โซฟา ชุลมุนหาโกโก้ร้อนๆให้น้องกิน ก็ต้องพบปัญาหาใหญ่ เมื่อตัวเขาไม่ได้ชงของพวกนี้มาเป็นชาติ แต่เพื่อน้อง เขาไม่เคยย้อท้อ ผ่านไปสามนาที โกโก้สูตรเฉพาะของดงยองเบก็มาวางเสิร์ฟพร้อมดื่มอยู่ตรงหน้าอีซึงฮยอน
ซึงริก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะหันหน้ากลับมามองเครื่องดนตรีขนาดใหญ่สีดำตรงหน้า ลุกขึ้นเดินไปนั่งจิ้มๆ จนเกิดเสียง ติ้ง ติ่ง ติ๊ง ไม่เป็นทำนองของเสียงเปียโน เรียกรอยยิ้มจากคนที่นิ้วพองเพราะรื้อฟื้นการชงโกโก้ได้ง่ายๆ ยองเบลุกขึ้นเดินตามไปยืนซ้อนหลังซึงริ ยืนเงอะงะอยู่นานก็ตัดสินใจสอนเปียโนน้องโดยที่ไม่ต้องขอ
จับมือน้องเล่นเพลงเบสิคง่ายๆ ตั้งแต่เพลงเจ้าหนูมาลี จนไปถึงเพลงโปรดของตัวเอง ระหว่างที่สอนน้องโดยพละการ ยองเบเองก็หวั่นว่าน้องจะหันมาปล่อยหมัดใส่เขาข้อหา แต๊ะอั๋งคนเพิ่งอกหักไม๊? แต่ดูเหมือนครั้งนี้ยองเบก็คิดผิดเองเช่นเคย ซึงริไม่ได้ทำอย่างที่เขาคิด แต่ทำมากกว่าสิ่งที่เขาคิด เพราะตอนนี้...ซึงริกำลังพิงหัวไว้กับยองเบที่ยืนอยู่ข้างหลัง ครั้งแรกเลยละมั้งที่ยองเบใกล้ชิดซึงริขนาดนี้...
“ขอบคุณนะฮะ....”
ไม่รู้ว่าเพลงที่เขากำลังดีดอยู่มันซึ้งโดนใจ หรือ น้องเพิ่งจะเสียใจกับเรื่องเมื่อเย็นกันแน่ ยองเบรู้สึกได้ว่าตอนนี้ซึงริกำลังร้องไห้ แต่ไม่ฟูมฟาย....แรงสะอื้นน้อยๆของคนตรงหน้า ทำให้ยองเบหยุดเล่นเปียโนทันที
....ตอนนี้เขามีสิทธิ์ที่จะปลอบใจอีซึงฮยอนรึยัง?
.
.
.
.
“พี่เท็มโปจะกลับห้องเลยรึเปล่าคะ”
คนถูกถามพยักหน้าตอบ ก่อนที่จะจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองลวกๆ เจ้าของคำถามเห็นแบบนั้นจึงอมยิ้มเดินเข้ามาช่วยแต่งตัวคนรักให้เรียบร้อย เท็มโปก้มหน้ามอง อีจีมุล รุ่นน้องปีสองพลางช่วยติดกระดุมเสื้อของจีมุลไป
เขายอมรับว่าอีจีมุลน่ารักที่สุดในโรงเรียน....แต่ไม่เท่าอีซึงฮยอนที่เท็มโปกำลังคบอยู่ตอนนี้
เขายอมรับว่าอีจีมุลเอาใจเก่งที่สุดในโรงเรียน....แต่ก็ไม่เท่าอีซึงฮยอนคนรักของเขา
เขายอมรับว่าอีจีมุลเพอร์เฟคที่สุดในโรงเรียน....แต่ถึงยังไงก็ไม่เท่าอีซึงฮยอนอยู่ดี...
เขายอมรับว่าอยู่กับอีจีมุลมีความสุขมากกว่าอยู่กับใครๆ....ยกเว้นอีซึงฮยอน
แต่เท็มโปไม่กล้าที่จะทำกับอีซึงฮยอนแบบที่ทำกับอีจีมุล
รู้สึกผิดที่มีคนอื่นนอกจากซึงริ...แต่เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิดทิ้งอีจีมุล....
หอมแก้มเป็นค่าตอบแทนหนึ่งที ก่อนจะควงแฟนสาวเดินออกมาจากห้องชมรมที่มาขลุกกันอยู่ตั้งแต่ตอนเย็น
แล้วก็ต้องชะงักเท้าหยุดเดินทันทีเมื่อคนข้างๆเกิดไปติดใจกับถุงกระดาษสีน้ำตาลที่วางพิงไว้กับประตูห้อง
“อ๊ะ! ใครเอาอะไรมาทิ้งแถวนี้นะ”
อีจีมุลหยิบถุงกระดาษขึ้นมาเปิดดูก็พบขนมมากมายที่จำได้กลายๆว่าเป็นของโปรดของรุ่นพี่ปีสามที่ยืนอยู่ข้างๆ
ยื่นให้เท็มโปหวังให้รุ่นพี่เก็บไว้กินยามว่าง ก็ต้องตกใจแถบจะกรีดร้องเมื่อโดนสะบัดมือทิ้ง พร้อมการจากไปอย่างรีบร้อนของเชวซึงฮยอน จีมุลไม่รู้หรอกว่าที่พี่เท็มโปรีบวิ่งไปเร็วขนาดนั้นเพราะอะไร กะจะวิ่งตามไปก็ต้องหยุดความคิดนั้นทันทีเมื่อเธอเจอเศษกระดาษที่มีข้อความถึง รุ่นพี่ปีสามสุดที่รักของเธอสั้นๆว่า...
‘พี่ซึงฮยอน....กินของพวกนี้เยอะๆมันอ้วนนะรู้ไม๊เนี่ย!?
ผมรู้นะ! แต่ทำไมถึงอยากให้พี่กินก็ไม่รู้...
รีบๆทำงานแล้วก็มาส่งผมกลับบ้านซะที! จะหาว่าผมเอาแต่ใจก็ได้นะฮะ
ก็...ผมไม่ชอบกลับบ้านคนเดียวนี่นา
ยังไงก็แล้วแต่.....พี่เท็มโปไฟติ้ง! ติ้ง! ติ้ง!’
To be continued….
บันทึกประจำวัน
กูจะติดพระจอมม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย?????
สาธุ ติดเหอะนะ T^T ลุ้นว่ะเชี่ยย ลุ้นกว่าปีที่แล้วอีก ฮือ
ลุ้นกว่าลุกที่พี่บราวยิงเมื่อคืนอีก 55555555 ไม่เกี่ยวแระ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเจ้าคะ ขอให้หนูติดครั้งนี้ด้วยเถอะเจ้าค่ะ
ลูกคิดว่าลูกทำได้ แต่ไม่รู้ว่าไอ้ที่ทำได้นั้นมันถูกรึเปล่า
ไม่อยากตั้งความหวัง แต่จิตใต้สำนึกบวกจิตใจมันก็ตั้งไปแล้ว ช่วยหนูด้วยเถอะนะเจ้าคะ
ฮือออออออออออออ 2 ทุ่ม กูดูวันนี้ดีหรือพรุ่งนี้ดีวะ
ทำใจไม่ได้ว่ะ กระซิก T^T








มาเขียนต่อไวๆๆนะ
#1 By (125.26.80.249) on 2008-03-24 20:56