[Short Fic] AT LARGE
posted on 07 May 2008 17:26 by e-keijung in BIGBANG
[Short Fic] AT LARGE
By: E-keijung
Song for fiction: ONE - Epik High (에픽하이) ft 지선
Paring : TOP x G x Ri

นี่! ผมขอถามอะไรหน่อยสิ พวกคุณจะทำยังไงถ้าเห็นแฟนของตัวเองนอกใจต่อหน้าต่อตา?
จะตบ? จะต่อย? จะถีบ? หรือจะตีลังกาขาคู่ควงสวิงใส่หน้าดี? ให้ผมเดานะ พวกคุณคงเลือกทุกชอยด์ที่ผมให้เลยล่ะสิ แต่สำหรับผม...ไม่รู้ว่าเพราะผมเข้าใจมัน หรือเพราะเอือมจนชิน ผมถึงไม่คิดจะทำอะไรกับมันซักอย่าง
ผมไม่ได้เป็นนายเอกน้ำเน่าหรอกนะ แต่เป็นเพราะผมรู้ว่าทำไป มันก็คงจะไม่เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นหรอก..
Shawty had them Apple Bottom Jeans [Jeans]
Boots with the fur [With the fur]
The whole club was lookin at her
She hit the flo [She hit the flo]
Next thing you know
Shawty got low low low low low low low LOW♪
เสียงเพลงออริจินัลซาวแทรคภาพยนต์เรื่อง Step up2 ดังกระหึ่มภายในผับเล็กๆทั่วเมืองโชล สถานที่ที่ทุกคืนจะไม่มีแม้กระทั่งที่ว่างให้เดิน สถานที่ที่วัยรุ่นอายุเกิน 18 ปีจะมารวมตัวกันทุกวัน
Them baggy sweat pants
And the Reeboks with the straps [With the straps]
She turned around and gave that big booty a smack [Ayy]
She hit the flo [She hit the flo]
Next thing you know
Shawty got low low low low low low low low
จังหวะเพลงยังคงดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับขาแดนซ์ทั่วทั้งผับโยกเบาๆตามจังหวะเพลง ทุกคนในนี้ไม่สนว่าจะรู้จักกันมาก่อนหน้านี้หรือไม่ เมื่ออยู่ในนี้ พวกเขาถือว่าทุกคนรู้จักกัน ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตรองในการแนะนำตัว เมื่ออยากสนิทก็เข้าไปคุย ทุกคนในผับแห่งนี้รู้ดีว่า Dqance เป็นแหล่งหาความสุขที่ดีที่สุดในยามค่ำคืน ยกเว้นก็แต่คนที่อมน้ำแข็งนั่งเซ็งอยู่มุมห้องนั่นแหละที่มี่อารมณ์ร่วมตามเลยซักนิด
“ทำไมมันต้องหันมามองหน้ามึงด้วยวะ เหมือนแฟนกันเลยว่ะ คบกันยัง?”
“กูกับมันเนี่ยนะ!?”
หันไปมอง ‘มัน’ ที่เพื่อนพูดถึงก่อนจะเบ้หน้าหันกลับมาล้วงน้ำแข็งในแก้วที่เหลือมาอมต่อ ส่งสายตาต่อว่าเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ พร้อมด่า ‘มันคนนั้น’ ในใจ
ให้ตาย! ทำไมชอบมีคนถามแบบนี้อยู่เรื่อย
เขาเป็นผู้ชาย! มันก็ผู้ชาย! จะไปเป็นแฟนกันได้ยังไง
“ใครจะไปเอากอริลล่าเผ่าพันธุ์จามรีลงวะ...”
.
.
.
.
“เอ้ย! กูกลับก่อนนะ”
ตะโกนบอกลาแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มจนสะเทือนกระดูกหูชั้นในให้เพื่อน ก่อนจะเดินเร็วๆเหมือนกำลังหนีใครบางคนที่ยังเต้นคลอเคลียผู้หญิงอยู่บนฟลอร์ แต่ก็นั่นแหละ...จียงกำลังเดินอยู่ในผับ ที่ว่างจะให้เดินมันน้อยนิดซะจนไม่มีที่จะเดิน อัตราความเร็วในการหนีเลยลดลงตามสภาพ กว่าจะออกมาได้ใช้เวลาและพลังงานอยู่มากโข
“เฮ้อ....”
แต่พอออกมาได้ จียงกลับต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันกลับไปมองประตูที่เพิ่งผลักออกมาซะอย่างงั้น
ตอน ‘มัน’ มาชวนก็บอกว่าจะไม่ทิ้งให้อยู่คนเดียวเด็ดขาด พอเอาเข้าจริงก็ไม่เคยทำได้อย่างที่ปากพูดเลยซักครั้ง ก่อนจะออกมาเขาเห็นว่ามันหันมามองเหมือนรับรู้ว่าเขากำลังจะกลับ แต่ว่าทำไม....มันถึงไม่สนใจกันบ้างเลยวะ?
เอาเถอะ! จียงคบกับมันมานาน เรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะเกิดกับเขาเป็นครั้งแรก จะเกิดขึ้นอีกครั้งก็ไม่รู้จะต้องอารมณ์เสียให้มันเปลืองฮอร์โมนในร่างกายทำไม ขยี้หัวตัวเองก่อนจะตัดสินใจสะบัดภาพในความคิดทิ้งแล้วเดินไปข้างหน้าช้าๆ
แต่ควอนจียงก็ต้องชะงักกึกเมื่ออยู่ดีๆก็มีคนมาคว้ามือเขาไว้ แล้วตัวเขาเองก็รู้ดีกว่าคนคนนั้นเป็นใคร
ใช่! มันนั่นแหละ!
“อะไร?”
หันกลับไปมองมือที่โดนกุมไว้ ก่อนที่จะเลื่อนสายตาขึ้นมามองหน้ามัน และเป็นจียงที่ต้องหลบสายตานั่น ก็แม่งเล่นยิ้มกริ่มๆแล้วส่งสายตาหวานเยิ้มแบบนั้น เป็นใคร...ก็ต้องไม่กล้ามองนานๆ
“ป๊าว...ก็แค่อยากจับมือควอนจียง”
เรื่องที่อยากจะด่าเลยหายไปกับสายลมเมื่อโดนประโยคเด็ดที่เรียกได้ว่า มันพูดทีไร ควอนจียงต้องใบ้รับประทานพูดไม่ออกทุกที ให้ตาย! ที่จริงกูอยากจะด่ามึงให้หูชาจริงๆนะ แต่ว่า...แต่ว่า ทำไมต้องยอมแพ้สายตาของมันด้วยวะควอนจียง!?
“หนาวเนอะ..”
เท็มโปเปลี่ยนจากมือที่กุมอยู่เป็นโอบไหล่เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายแทน ส่วนจียงได้แต่บ่นงุบงิบต่อว่าตัวเองที่ใจอ่อนยอมอยู่นิ่งๆให้มันง้อให้มันแตะต้องโดยที่ไม่ได้ว่า ไม่ด่าอย่างใจคิด
เท็มโปเองก็รู้ว่าตอนนี้คนข้างๆคิดยังไงเลยเพิ่งออฟชั่นด้วยการฉกหอมแก้มจียงเข้าอีกหนึ่งดอก
ส่วนจียง..ก็ได้แต่หันไปแยกเขี้ยวแล้วหันกลับมาก้มหน้าด่าตัวเองอีกครั้ง
เชี่ยเอ้ย! เลิกใช้มุขเดิมๆซักทีเถอะไอ้ซึงฮยอน
คิดว่าทำแบบนี้แล้วควอนจียงจะหายโกรธเหรอ?
ไม่มีทาง! ไม่มีทางเด็ดขาดที่จียงจะหายโกรธเท็มโปง่ายๆ ไม่มีทาง!
“เหงื่อออกเต็มไปหมดเลย เหนื่อยอ่ะดิ...”
ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำตามใจตัวเองไม่ได้ซักอย่าง ใจคิดอยากจะต่อยหน้ามันซักหมัด แต่เขากลับเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อที่หน้ามันให้ซะอย่างงั้น อยากจะดึงมือที่โอบอยู่ที่ไหล่ออก แต่เขากลับทำได้แค่เอามือไปโอบเอวมันตอบแบบนี้
ควอนจียงทำได้แค่....มองรอยยิ้มของเท็มโปแล้วคิดซะว่าระแวงเท็มโปไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเท่านั้น..
หลายคนอาจจะสงสัยว่าผมกับมันเป็นอะไรกัน....
ผมยอมรับก็ได้ว่าผมกับมันคบกัน แต่การกระทำของมันหลายครั้งเหมือนมันไม่ใช่แฟนของผม
มันจีบคนอื่นทั้งๆที่ผมยืนอยู่ข้างๆ มันยิ้มให้คนอื่นทั้งๆที่รู้ว่าผมเป็นแฟนมัน
และที่น่าโมโหที่สุดมันยังรู้อีกว่า ง้อยังไงผมถึงจะหายโกรธ อันที่จริงถึงผมจะโกรธ...มันก็ทำให้ผมโกรธไม่ลงได้ทุกครั้ง
มันน่ะแฟนผม! แต่ผมน่ะแฟนมันรึเปล่าก็ไม่รู้?!
“โทรศัพท์รึเปล่าจียง?”
หลังจากที่เดินจับมือเดินกันมานาน เท็มโปก็รู้สึกว่าโทรศัพท์ของคนข้างๆสั่น จียงรีบหยิบเครื่องมือสื่อสารนั้นขึ้นมาดู คิ้วหนาที่เคยเหยียดตรงตอนนี้กลับผูกกันเป็นโบว์ เป็นเพราะชื่อปลายสายที่มันโชว์อยู่ที่หน้าจอทำให้เขาแปลกใจว่ามันโทรมาทำไม
“ฮัลโหล หืม? ตอนนี้มึงอยู่ไหน ไม่เอา! ไม่ไปได้ไหม เออ!ไปก็ได้ แค่นี้นะ..”
ก้มหน้าพับโทรศัพท์เก็บก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนข้างๆ ที่มองเหมือนสงสัยว่าใครโทรมา จียงเองก็รู้ว่าซึงฮยอนสงสัย เลยฉีกยิ้มมุมปากก่อนที่เอ่ยเสียงเบาๆออกมา
“ไอ้เตี้ยโทรมาบอกว่า ให้ไปดูมันร้องเพลง...ไปนะ! ไม่ได้เจอมันตั้งนาน”
.
.
.
.
“เอ้ย! เร็วดิซึงริ เดี๋ยวพี่ก็ไปดูพี่ยองเบไม่ทันพอดี”
“ก็เร็วอยู่นี่ไงเล่า!!”
ถ้าเป็นตอนกลางวันที่มีพวกสารวัตรนักเรียนเต็มเมืองละก็ ปานนี้เด็กผู้ชายที่ใส่ชุดนักเรียนวิ่งจับมือมุ่งหน้าไปที่ไหนซักแห่งสองคนนี้คงโดนลากไปคุยกับห้องปกครองแล้วแน่ๆ แต่ทว่าเวลานี้มันปาเข้าไป ห้าทุ่มกว่าๆแล้ว สารวัตรนักเรียนที่เคร่งครัดในการทำงานคงไม่มีนโยบายวิ่งไล่จับเด็กเกเรหนีออกจากบ้านในตอนกลางคืนเป็นแน่ เลยเป็นทางสะดวกให้คังแดซองและอีซึงฮยอนที่ในเวลานี้ควรจะนอนอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน หนีออกมาดูคอนเสิร์ตได้ง่ายๆ
แดซองจับมือพาซึงริวิ่งไปข้างหน้าอย่างลืมหูลืมตา หลายต่อหลายครั้งที่ซึงริต้องวิ่งชนคนอื่นเพราะแดซองวิ่งไม่สนใจเขาเลยซักนิด
“ขอโทษนะฮะ! ขอโทษฮะ”
และเป็นซึงริที่ต้องเอ่ยคำขอโทษคนที่โดนเขาชนอีกครั้ง
ซึงริทำได้แค่หันไปก้มหัวเชิงขอโทษเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่จะหันกลับมาโดนลากให้วิ่งไปข้างหน้าต่ออีกโดยแดซอง
“...จียง เดี๋ยวฉันมานะ”
.
.
.
“พี่ยองเบ!!!”
"กรี๊ดดดดดด! พี่วายบีแทควอน!!!"
เสียงตะโกนเรียกนักร้องนำของวงดังไปทั่วลานที่แสดงคอนเสิร์ตหน้าตึกบริษัทแห่งหนึ่งกลางกรุงโซล ทุกคนต่างตะโกนเชียร์ให้กำลังใจนักร้องนำที่ชื่อยองเบกันใหญ่ แน่นอนว่ารวมแดซองที่รีบวิ่งมาเกาะติดขอบเวทีด้วย แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ไม่แม้กระทั่งส่งเสียงใดๆออกมาระหว่างดูคอนเสิร์ตครั้งนี้ ได้แต่อมยิ้มมองภาพตรงหน้าอยู่เงียบๆ
และเป็นเพราะรอยยิ้มนั้น ทำไมคนที่ยืนแอบมองอยู่ข้างๆต้องเงียบและยิ้มตามไปด้วย
ยืนอยู่ซักพัก ซึงริก็เริ่มจะรู้สึกตัวว่ามีคนจ้องเขาอยู่ข้างๆ เลยลองหันไปมองเชิงถามว่ามีอะไรรึเปล่า แต่คนคนนั้นกลับไม่สนใจสายตาของเขา เอาแต่ยิ้มจ้องหน้าเขาอยู่นั่นแหละ และการที่โดนคนจ้องนานๆก็คงไม่แปลกอะไรที่ซึงริจะเกิดอาการเขินอายจนหน้าแดง คนที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นแบบนั้นก็ยิ่งได้ใจ รุกด้วยการเขยิบเข้ามาใกล้จนซึงริต้องเขยิบหนีจนตัวไปติดกับคังแดซอง
“ขอบคุณทุกคนมากๆเลยครับ...แล้วเจอกันใหม่อาทิตย์หน้านะ”
เมื่อคอนเสิร์ตจบทุกคนที่หน้าเวทีต่างแยกย้ายกันไปอออยู่ข้างหลังเวที แดซองเองก็เช่นกัน รีบวิ่งไปสมทบโดยที่ไม่ลืมลากซึงริไปด้วย ในระหว่างการแสดงหลังจากที่ซึงริรู้สึกตัวว่ามีคนจ้อง เขาก็ไม่มีสมาธิที่จะดูพี่ยองเบต่อเลยซักนิด และตอนนี้ซึงริเองก็ไม่มีสมาธิวิ่งตามพี่แดซองอีกเหมือนกัน ได้แต่หันกลับไปมองคนที่เอาแต่จ้องเขาตลอดเวลาด้วยสายตาสงสัยปนระแวง
ส่วนคนคนนั้นเมื่อมองน้องจนลับสายตาไปก็ยังอมยิ้มไม่เลิก เท็มโปก้มหน้ายิ้มมองพื้นก่อนที่จะเดินเนิ่บๆกลับมาหาควอนจียงที่ยืนรออยู่ข้างๆเวที เมื่อเท็มโปเดินมาถึงจียงก็เห็นรอยยิ้มที่ควอนจียงรู้ดีว่ามันต้องไปถูกใจกับอะไรซักอย่างมาแน่ปรากฏอยู่ที่ใบหน้าของซึงฮยอน และในเมื่อเขารู้สาเหตุอยู่แล้วจึงไม่ได้ถามว่าไปเจออะไรมาแต่กลับหาเรื่องคุยว่าหลังจากนี้จะไปไหนต่อ หรือ สารพัดคำถามที่ไม่ใช่สาเหตุของรอยยิ้มนั่น
ยืนคุยกันอยู่ซักพัก ก็ต้องจบบทสนทนาลงเมื่อเพื่อนสนิทที่ไม่เจอกันนานเดินออกมาพร้อมเด็กผู้ชายอีกสองคน
“มึงลากใครมาด้วยวะเนี่ย เดี๋ยวนี้เลี้ยงเด็กเรอะ?”
เดินเข้าไปตบหลังเพื่อนเบาๆ ก่อนจะสังเกตุเห็นคนข้างๆกระตุกยิ้มุมปากมองไปที่เด็กแว่นที่ยืนอยู่ข้างซ้ายของไอ้เตี้ยยองเบ รางสังหรณ์บอกจียงว่า...เขากำลังจะได้รู้แล้วว่าไอ้สาเหตุรอยยิ้มพึงพอใจของเท็มโปนั้นมันเกิดขึ้นจากอะไร
“นี่แดซอง แดซองนี่ควอนจียง ส่วนนั่น ชื่อไรนะไอ้จี ฉันลืมว่ะ”
“มันชื่อเชวซึงฮยอน...ความจำมึงแปรผันตรงกับความสูงเหรอวะ แล้วอีกคนนั่นใคร”
จียงตบหลังยองเบอีกหนึ่งป้าบ ก่อนที่จะพยักเพยิดหน้าไปหาเด็กแว่นอีกคนที่ยังไม่ถูกแนะนำตัว
“ไม่รู้ว่ะ แดซองมันลากมา ชื่ออะไรอ่ะเรา?”
“อีซึงฮยอนฮะ”
สังเกตพฤติกรรมเท็มโปมาตลอด จียงต้องตกใจที่สุดก็เมื่อกี้นั่นแหละ หลังจากที่เด็กแว่นแนะนำตัวเสร็จ จียงก็เห็นเท็มโปกลั้นยิ้มซะจนตัวเขาหมั่นไส้ อดใจที่จะเอาหลังศอกไปกระทุ้งท้องคนข้างๆไม่ได้ เท็มโปเองก็รู้ว่าสาเหตุที่จียงกระทุ้งท้องเขานั่นเกิดขึ้นจากอะไร จึงเล่นมุขเดิมด้วยการโอเว่อร์แอคชั่น ร้องอวดครวญทรมานเหมือนเจ็บปวดมากที่โดนจียงทำร้ายร่างกาย ทั้งๆที่ความเป็นจริงไม่ได้สึกรู้สาเลยซักนิด
“พอกันได้ยัง? เกรงใจน้องๆบ้าง”
ยองเบที่เห็นเท็มโปแอบมองซึงริตั้งแต่เดินมาถึง จนกระทั่งเท็มโปจับมือจียงที่พยายามจะเอาแต่ทำร้ายร่างกายตัวเองไว้ แล้วได้แต่ส่ายหัวด้วยความหน่ายเบาๆ เขากับจียงคบกันมานาน ถึงบางทีจะไม่ค่อยได้เจอหน้ากันบ้างก็เถอะ แต่ยองเบก็รู้ดีว่าเชวซึงฮยอนนิสัยเป็นยังไง เจ้าชู้ที่หนึ่ง คารมก็ที่หนึ่ง ลีลาก็ที่หนึ่ง เลยไม่ต้องแปลกใจเลยซักนิดที่จะเห็นจียงมันหายโกรธเท็มโปได้ง่ายๆ
“ชื่อมันซ้ำกับไอ้ลิงนี่ เรียกอย่างอื่นได้ไม๊?”
ดึงมือออกจากการกอบกุมของเท็มโปก่อนที่จะหันมาถามเด็กแว่นที่ยืนไม่พูดไม่จาอยู่ข้างหน้า ซึงริกำลังจะอ้าปากตอบ แต่ทว่าน้องชายอีกคนที่ยืนอยู่ฝั่งขวาของยองเบก็พูดแทรกขึ้นมา
“เรียกน้องว่า ซึงริก็ได้ครับพี่จียง”
เมื่อได้คำตอบจากคนที่ไม่ได้ถาม จียงก็ส่งยิ้มขอบคุณให้แดซองก่อนที่จะหันมาสนใจ เพื่อนสนิทเรื่องสถานที่ที่จะไปหลังจากนี้ เท็มโปโดนลากเข้าไปคุยด้วยในบางครั้ง แต่พอหลุดออกจากวงสนทนาได้เขาก็หันมาสนใจเด็กแว่นที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่อ เท็มโปเห็นซึงริหลบสายตาเขาด้วยการชวนแดซองคุย แต่คนอย่างเขาโดนเมินแค่นี้ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาเลยซักนิด เขาชอบคนขี้อายแบบนี้ซะด้วยซ้ำ…
“ตกลงไปทีนี่แล้วกัน ไอ้สองคนนี้ไปได้รึเปล่า?”
พอเลือกที่สิงสถิตย์ได้ จียงก็หันมาถามน้องชายสองคนต่อ
ไอ้น้องตาตี่รู้สึกจะไม่มีปัญหา แต่อีกคนหนึ่งนี่รู้สึกมันจะทำหน้าอึดอัดซะเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเพราะหนีออกมาเที่ยวกลางคืนเลยกลัวพ่อแม่ด่า หรือเพราะ รังเกียจสายตาของไอ้คนข้างๆกันแน่
“คือว่า...”
และดูเหมือนเท็มโปก็รู้ว่าน้องคิดอะไร เลยชิงทำตัวเป็นพระเอกทันที
“ไปเถอะ พี่ไปส่งเอง...ใช่ไม๊? จียงเดี๋ยวเราไปส่งน้องกัน”
จียงหันขวับเมื่อโดนลากเข้าไปช่วยมันทะคะแนนจีบไอ้น้องแว่นโดยไม่ทันตั้งตัว อันที่จริงเขาอยากจะตะโกนใส่หน้าเท็มโปใจจะขาดว่า อยากจะจีบ ก็ฉายเดี่ยว.. อย่าเอาเขาเข้าไปร่วม ไม่รู้ว่ามันเห็นเขาเป็นนายเอกน้ำเน่าที่ต้องยอมทุกอย่างเสมอไปรึไง ถึงได้ใช้เขาเป็นตัวช่วยเวลาเดือดร้อนอยู่เรื่อย..
“ไปเถอะซึงริ เดี๋ยวพวกพี่ไปส่ง”
....
“ชนแก้ว! เอาให้หมดนะ”
จุดหมายปลายทางของคืนนี้จบลงที่ร้านโต้รุ่งตามริมทาง เมื่อโซจูถูกนำมาเสิร์ฟ ยองเบก็ยัดโซจูกรอกปากจียงอย่างที่เคยทำเวลามาฉลองกัน จียงเองก็ไม่บ่ายเบี่ยงที่จะโดนมอมเหล้า เพราะเคยถูกล้ออยู่บ่อยๆว่าคอไม่แข็ง ควอนจียงเลยสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการถือคติ ใครยัดมากูกินหมด อย่างที่ยองเบสอนไว้ แต่หลายปีที่ผ่านมา จียงเป็นอย่างไรก็เป็นแบบนั้น เมาง่ายยิ่งกว่าเด็กประถมกินเหล้าซะอีก
และในเมื่อเจ้าของหัวใจเมาไปเรียบร้อย เท็มโปก็ไม่รอช้าที่จะหาโอกาสคุยกับน้องที่นั่งขมวดคิ้วอยู่ข้างๆเลยซักนิด
“หนีแม่ออกมาเที่ยวรึไง”
“เปล่าฮะ ผมแค่ไม่เข้าใจว่าพี่จะมองหน้าผมอีกนานไม๊”
ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเจอน้องสวนกลับ นี่เขาคงจะเข้าใจผิดอะไรไปแน่ๆ เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาซะแล้ว ไม่ได้เจี๊ยมเจี้ยมอย่างที่คิดไว้ ไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่เขาคิดว่าจะเป็น แต่ก็ดี..ท้าทายแบบนี้ เท็มโปชอบ
“ก็น่ารักไง พี่ชอบ”
“ผมผู้ชายฮะ พี่ก็ผู้ชาย ต้องให้ผมบอกไหมว่ารักกันไม่ได้”
และเป็นอีกครั้งที่เท็มโปหลุดขำออกมา ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย! จากประสบการณ์ที่เท็มโปคนนี้สะสมมา เด็กแว่นคนนี้เป็นคนเดียวที่ผ่านเกณฑ์ได้คะแนนจากการพิจารณาด้วยสายตาของเท็มโปไปเต็ม 10 คะแนน
และในเมื่อถูกใจขนาดนี้ เรื่องอะไรจะยอมแพ้ง่ายๆ
“ใครบอกว่ารักไม่ได้ พี่รู้ว่าเราก็ชอบไอ้ยองเบ ไม่งั้นไม่ตามเพื่อนออกมาหรอก”
“ผม...ผมเปล่าซะหน่อย”
ซึงริหันไปมองพี่ยองเบที่พี่เท็มโปพูดถึง ก่อนที่จะอึกอักหันกลับมาสบตาคนข้างๆ
เท็มโปเห็นแบบนั้นเลยจี้ใจดำน้องต่อพร้อมพาดแขนไปโอบไหล่ซึงริเบาๆ
“แอบชอบคนเดียวกับเพื่อนด้วย จี๊ดเลยสิท่า....”
“ฝากบอกพี่แดซองด้วยนะฮะ ว่าผมกลับก่อน”
ซึงริแกะมือที่โอบไหล่เขาออกก่อนที่จะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว กำลังจะเดินหนีออกมาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อพี่เท็มโปจับมือรั้งเข้าเอาไว้
“ขอโทษ...พี่ขอโทษนะซึงริ”
“ไม่เป็นไรฮะ แต่ผมอยากกลับจริงๆ”
ความตั้งใจที่จะกลับบ้านคงมีมากกว่าความรู้สึกที่เริ่มจะใจอ่อนเพราะเห็นสายตาและสีหน้าสำนึกผิดของพี่ซึงฮยอน ซึงริเลยแกะมือพี่เท็มโปออก ก่อนที่จะหยิบกระเป๋าสะพายแล้วหันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
.
.
.
สองอาทิตย์ต่อมา
เท็มโปมาดักรอหน้า โรงเรียนซึงริทุกวัน แต่ดูเหมือนเด็กแว่นจะหลบหน้าเขา ไม่มีวี่แววของซึงริเลยซักนิด
เป็นครั้งแรกที่เท็มโปยอมลงทุนมาเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นแบบนี้กับใครซักคน และวันนี้พระเจ้าคงจะเริ่มเข้าข้างเขาขึ้นมาบ้าง เพราะเท็มโปเห็นซึงริกำลังเดินยิ้มสดใสเดินออกมากับเพื่อนๆ
เท็มโปมองอยู่ซักพักก็เหมือนซึงริจะหันมาสบตา ก่อนที่จะหันกลับไปคุยกับเพื่อนเหมือนเดิม
ก็ไม่รู้ทำไมว่าแค่แว่บเดียวที่สบตากันมันจะทำให้หัวใจของเท็มโปเต้นแรงได้ขนาดนี้..
ก็ถ้ามันแค่สบตาธรรมดา เขาคงไม่หวั่นไหวหรอก แต่นี่น้องหันมาแล้วเหมือนจะเขินแบบนั้น มันหมายความว่าไง
“น่ารักว่ะแม่ง....”
.....
“ไอ้ซึงฮยอน...กูเป็นแฟนมึงป่ะ?”
หลังจากที่นั่งดูโทรทัศน์ข้างๆกันอยู่นาน จียงก็เริ่มจะทนไม่ไหวกับพฤติกรรมเอาจริงเอาจังเกินหน้าเกินตากับการจีบน้องแว่นคนนั้นของเท็มโป อันที่จริงถ้าให้จัดอันดับแฟนใจกว้างที่สุดในประเทศเกาหลี จียงขอยืดอกส่งตัวเองเข้าประกวดด้วยความภาคภูมิใจว่าตัวเขานี่แหละ ใจกว้างที่สุดแล้ว! ไม่มีแฟนบ้านไหนหรอกที่ปล่อยให้แฟนตัวเองไปจีบคนอื่น โดยไม่ด่าเป็นสัปดาห์ แต่วันนี้...ขอลดระดับใจตัวเองให้แคบลงซัก 15 เซนติเมตรเถอะ!
“เป็น! เป็นมากด้วย ทำไม? จะไปหาแฟนใหม่รึไง”
“งั้นมึงช่วยทำเหมือนกูเป็นแฟนมึงซักนิดได้ไหม จีบไอ้น้องซึงรินั่นอยู่อ่ะดิ”
“เปล่า...แค่อยากสนิทเฉยๆ น้องเขาน่ารักดี”
ถ้าถามว่าจียงเชื่อคำว่า เปล่า ของเชวซึงฮยอนไหม ควอนจียงขอตอบช้าๆชัดๆว่าเขาไม่เคยชื่อคำว่า เปล่า ของมันเลยซักครั้ง! จะให้เชื่อเหรอ เขาเห็นว่าเท็มโปพยายามไปหาซึงริทุกวัน ถึงเท็มโปจะปฏิบัติ ไปรับไปส่ง เอาอกเอาใจเขาเหมือนเดิมก็เถอะ ถึงยังไง...ถึงยังไงคนเป็นแฟนอยากเขาก็มีสิทธิ์หึงใช่ไหม!?
“เออ เอาเหอะ ติดเมื่อไหร่ก็บอกด้วยนะ เซ็ง!”
พูดแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นไปเข้าห้องของตัวเอง กำลังจะกระแทกปิดประตูเสียงดัง แต่ก็ต้องหยุดไว้แค่นั้น เมื่อคนที่ยังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่โซฟาเรียกชื่อเขาเสียงดัง
“จียง!”
“เชี่ยไร?!”
“รักนะเว้ย!”
“เรื่องของมึง”
ปัง!
ปิดประตูเสียงดังปังเสริมประโยคที่ว่า เรื่องของมึง ให้ดูทรงพลังมากยิ่งขึ้น เท็มโปยังคงมองไปที่ประตูห้องของจียง ยกยิ้มมุมปาก นับหนึ่งถึงสามในใจ ก่อนที่ประตูบานนั้นจะเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมใบหน้าของใครบางคนที่ดูก็รู้ว่าทั้งเขินทั้งอารมณ์เสีย..
“รักเหมือนกันแหละ......”
.
.
.
วันนี้เป็นอีกวันที่ซึงริต้องลอบมองสำรวจประตูโรงเรียนก่อนที่จะเดินออกไป ทุกวันนี้การกลับบ้านดูจะยากลำบากเหลือเกิน ต้อรอจนกระทั่งเย็นกว่าจะได้ก้าวขาออกนอกประตูโรงเรียน เพราะซึงริไม่อยากเจอใครบางคนที่คอยตื้อมาเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นจนน่ารำคาญ
แต่ดูเหมือนวันนี้ฟ้าจะเป็นใจ สวรรค์จะเข้าข้างเมื่อไม่มีวี่แววของคนคนนั้นเลยตั้งแต่เช้าจรดเย็น
ซึงริโบกมือบ๊ายบายเพื่อนสนิทหลายคน กระชับกระเป๋าสะพายหลัง เดินอารมณ์ดีอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานานออกจากประตูโรงเรียน
“...ไม่เจอกันตั้งหลายวัน”
ซึงริคงไม่ถูกกับคนบนฟ้าจริงๆนั่นแหละ อะไรที่คิดว่าใช่มันกลับไม่ใช่ไปซะหมด
นี่เขาพลาดไปจริงๆ! พี่ซึงฮยอนแอบอยู่ตรงนี้แต่เขากลับไม่เห็น ความตั้งใจจะกลับบ้านเร็วในรอบสามสัปดาห์ไม่สำเร็จอีกแล้ว เมื่อไหร่ชีวิตอันสงบสุขของอีซึงฮยอนจะกลับมาซักที
“พี่เลิกยุ่งกับผมซะที พี่ก็มีพี่จียงอยู่แล้วนี่ พี่เขาไม่ว่าอะไรรึไง”
“ว่าก็ไม่มายุ่งกับซึงริแบบนี้หรอก”
“แต่ผม...”
“เอาโทรศัพท์มา ไม่งั้นพี่ก็มารอแบบนี้ทุกวันนั่นแหละ”
ถ้าเขาตะโกนเสียงดังลั่นว่า พี่ชายคนนี้บังคับขู่เข็ญเขา มันจะเป็นเรื่องน่าอายเกินไปไหม? ความอดทนมันเริ่มจะหดหายเมื่อพี่ซึงฮยอนส่งยิ้มเหมือนตัวเองได้เปรียบมาให้เขา ยืนมองหน้ากันอยู่ซักพัก ซึงริก็ต้องตกใจเมื่อมีคนมาโอบรอบคอเขาไว้โดยไม่ทันตั้งตัว
“น้องซึงริ...คิดถึงจัง ไปกินข้าวกันป่ะ พี่เลี้ยงเอง”
“พี่ซีวอน...”
เงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของแขนที่ล๊อคคอเขาไว้ ก่อนที่จะปิ๊งไอเดียที่จะหลบหน้าพี่ซึงฮยอน
ยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวให้พี่ซีวอน พยักหน้าตกลงคำเชิญชวนของพี่ชายคนดี จับแขนที่ล๊อคคอตัวเองมาควงก่อนที่จะดึงแกมลากพี่ซีวอนให้รีบเดินออกจากโรงเรียน ทิ้งให้คนที่มาแอบรออยู่ตั้งนานพูดกับตัวเองเบาๆว่า..
“หึ มันเพิ่งจะเริ่มด้วยซ้ำน้องแว่น...”
....
“ซึงริ...ไปดูพี่ยองเบเป็นเพื่อนหน่อยดิ นะ!”
“.............................”
เงียบ....ที่ซึงริเงียบเป็นเพราะเขาไม่มีความสนใจในตัวพี่ยองเบเหมือนคนที่มาชวน ขืนไปก็ไปยืนเซ็งอยู่ข้างหน้าเวทีแน่ๆ ปล่อยให้พี่ชายเขย่าแขนอยู่นานแสนนานก็เริ่มจะหมดความอดทน หันไปส่งสายตาว่ายังไงก็ไม่ไปให้ แดซองรับรู้ ก่อนที่จะหันกลับมาอ่านหนังสือการ์ตูนที่กำลังถึงฉากไคล์แม๊กซ์ต่อ
แต่ซึงริก็ต้องชะงักหยุดอ่านทันทีเมื่อพี่แดซองพูดประโยคต่อไป...
“พี่เท็มโปก็ไป...แต่ไปกับแฟนพี่เขา ไปกันเถอะซึงริ”
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเชวซึงฮยอน...
อีซึงฮยอนไม่เคยไม่สนใจ เขารู้ว่าพี่เท็มโปมีแฟนชื่อควอนจียง และซึงริเองก็รู้ว่า
สองคนนี้ทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่มีเลยซักครั้งที่พี่ๆทั้งสองคนจะเลิกกัน
ซึงริไม่ได้หวังให้พี่เท็มโปเลิกกับพี่จียงหรอก แค่อยากรู้จักพี่เท็มโปบ้างก็เท่านั้น..
“ก็ได้...”
แล้วก็เป็นไปอย่างที่แดซองคิด ซึงริไม่ปฏิเสธที่จะไปดูคอนเสิร์ตพี่ยองเบที่จัดขึ้นในเวลาดึกดื่นจริงๆ
ถ้าเขาไม่พูดถึงพี่เท็มโป แดซองรู้ว่าคนอย่างซึงริไม่มีทางจะออกไปเที่ยวตอนกลางคืนเด็ดขาด
แต่เป็นพี่ซึงฮยอน....ที่ทำให้ซึงริยอมไป
ถึงแม้จะรู้ก็ตามว่าเมื่อไปถึง...จะต้องเห็นภาพที่ทำให้เจ็บปวดใจก็ตามที
.....
ครืด~ครืด~
นั่งคิดอะไรเพลินๆก็ต้องตกใจกับเสียงครืดๆของโทรศัพท์ที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะ พอเปิดฝาพับดูก็เจอเข้ากับเบอร์โทรแปลกๆ รางสังหรณ์บอกซึงริว่า มันเป็นเบอร์ที่ไม่ควรรับเลย และแน่นอนว่าซึงริไม่คิดจะรับ ปล่อยทิ้งไว้จนมันหยุดร้อง แต่อีกสองนาทีต่อมา มันก็ดังขึ้นอีก และเขาก็ปล่อยไว้จนมันเงียบไปเหมือนเดิม และแน่นอนอีกว่าคนที่โทรมายังไม่หมดความพยายาม แต่ตอนนี้ซึงริเริ่มจะหมดความอดทนเต็มที
“ฮัลโหล...”
“ซึงริ....นี่พี่เองนะ”
END
จะเปิดเทอมแล้ว ม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย! (อะไรของมัน -*-)




สู้ๆๆ
#1 By E-keijung on 2008-05-11 21:37