[Short Fic] COKE COCA COLA
posted on 18 Jul 2008 02:28 by e-keijung in TOPTORY
[Short Fic] COKE COCA COLA
By: E-keijung
Song for fiction:
Character: Seunghyun x Seunghyun??
เสียงเจื้อยแจ้วของรุ่นพี่ที่บูมรับน้องใหม่ดังกระหึมไปทั่ว ทำให้สถานศึกษาที่นักเรียนมัธยมปลายทุกคนต่างใฝ่ฝันที่จะก้าวเข้ามาหาประสบการณ์ชีวิตดูมีสีสันขึ้นถนัดตา รุ่นพี่ต่างขมักเขม้นแหกปากตะโกนเชียร์รุ่นน้องปีหนึ่งกันโหวกเหวก รุ่นน้องบางคนก็ยินดีที่จะร่วมมือด้วยความเต็มใจจนเรียกได้ว่าบ้าพลัง บางคนก็ทำไปตามหน้าที่ เขาให้ปรบมือก็ปรบมือ เขาให้ร้องเพลงก็ร้องบ้างไม่ร้องบ้าง เขาให้เกาตูดก็เกาไปอย่างงั้น บางคนก็โดดไปเที่ยวหรือไม่ก็อ้างว่าไปทำธุระสำคัญ และหนึ่งในนั้น คือคังแดซอง ผู้ที่มีนิสัยปฏิเสธใครไม่เป็น แต่วันนี้แดซองต้องเลือกระหว่าง เสียงรุ่นพี่ที่พูดตะโกนใส่โทรโข่งสาปแช่งปีหนึ่งที่โดดรับน้อง กับ น้องชายตัวดีที่วิ่งแจ้นจากโรงเรียนเก่าของตัวเองมาหาเขาที่มหาลัยตั้งแต่เย็น ความลำบากใจเข้ามาเยือนเมื่ออีกคนก็สำคัญ อีกอย่างก็จำเป็น
ทำไมกูต้องเกิดมามีหน้าเดียวด้วยฟ่ะ พอบอกมันว่า ‘โกรธแล้วนะเฮ้ย’ ก็ดันหาว่าแกล้งล้อเล่น ให้ตาย!
แดซองผิดตรงไหนที่คิดอะไรมันก็ยิ้มออกมาทุกอารมณ์ ผิดตรงไหนวะถามหน่อย!?
“น่านะพี่แดซอง เอนท์ติดทั้งทีอ่ะ ไปดูหนังกับผมหน่อยดิ๊”
ควงแขนซบไหล่หวังให้พี่ชายแสนใจดียอมไปดูหนังเป็นเพื่อนมาชั่วโมงหนึ่งแล้วก็ไม่มีวี่แววว่าพี่แดซองจะตามใจเขาเลยซักนิด ส่ายหน้าปฏิเสธได้ทุกครั้งที่เขาออดอ้อน บางทียังไม่พูดอะไรก็สัณนิบาตส่ายหน้าต่ออีก จะเล่นมุกอะไรเขาก็ไม่ขำหรอกนะ ตอนนี้อยากไปดูหนัง อยากมากด้วย
“ไม่เอาอ่ะ ไม่เห็นมีเรื่องอะไรน่าดูเลย แล้วอีกอย่าง...”
เงินเดือนหมดละสิ...โธ่เอ๊ยพี่แดซอง พี่ก็รู้ว่าผมเลี้ยงพี่ได้! เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยเฟ้ย
ยืดอกอาสาสมัครเป็นเสี่ยเลี้ยงพี่ชายตาหยีคนนี้ โชว์โปสเตอร์หนังเข้าใหม่ที่มีนักแสดงนำสาวอย่างเจสซิก้า อัลบาขวัญใจคังแดซองผู้ที่หลงรักซุปเปอร์สตาร์คนนี้หัวปลักหัวปลำ ยักคิ้วเป็นสเต็ปเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองอีกสองที ตบกระเป๋ากางเกงโชว์พาวอีกนิดหน่อย แค่นี้พี่แดซองก็ติดกับ
เรื่องอะไรเขาจะไปดูหนังผีคนเดียวเล่า..น่ากลัวจะตาย
“เออ!...ไปก็...”
“ปีหนึ่งคนไหนไม่ยอมมารับน้อง รุ่นพี่ขอสาปแช่งให้แม่งติดโปรทุกเทอม!”
“เฮ้ย! พี่ไปไม่ได้จริงๆว่ะ ลองไปชวนพี่ยองเบดิ น่าจะว่างนะ วันนี้ไม่มีช็อปนี่นา บาย..”
พี่แดซองแงะแขนที่เขาควงไว้ออกอย่างรีบๆ วิ่งหน้าตั้งกลับไปที่กลุ่มรับน้องโดยที่ไม่ฟังเสียงซึงรีท้วงเลยซักนิด
กระทืบเท้าไม่พอใจหนึ่งที โวยวายในใจสาบแช่งซ้อนทับพี่แดซองโทษฐานเห็นการเรียนสำคัญกว่าน้องชาย
ยืนมองพี่ชายโดนทำโทษด้วยการเต้นระบำเผ่าอูกันด้าอยู่ซักพัก อยู่ดีๆคำพูดของพี่แดซองก่อนจะวิ่งจากไปก็สปาร์คเข้ามาในหัวซึงรีทันที นั่นสินะ... ในเมื่อพี่ชายคนที่หนึ่งไม่ว่าง พี่ชายคนที่สองก็ต้องว่าง!
...
“พี่ยองเบฮะ ไปดูหนังกับผมหน่อยน้า...”
เสร็จแน่ๆ ใช้เสียงแบบนี้กับพี่ยองเบทีไร เสร็จเขาทุกที ครั้งนี้ก็ต้องเสร็จ พี่ชายที่แสนดีคนนี้อ้อนง่ายกว่าพี่แดซองเยอะ เชอะ! แค่นี้ไปดูเป็นเพื่อนก็ไม่ได้ แต่ไม่เป็นไรหรอก นี่ไงเหยื่อคนใหม่ พี่ยองเบที่แสนดีของเขา ขอร้องละ อย่าปฏิเสธเชียวนะ ไม่งั้นจะไม่ให้แต๊ะอั๋งเลยด้วย
ยองเบมองหน้าซึงริก่อนที่จะลูบหัวเขาเล่นเบาๆสามที ส่งยิ้มละมุนชนิดที่ว่าสาวๆที่เดินผ่านเห็นแล้วต้องเหลียวหลังหันหลับมามองกันเป็นแถว ก็แน่ละ เดือนคณะวิศวะที่ไม่เคยสนใจผู้หญิงในคณะและคณะอื่นเลยซักนิด กลับมานั่งลูบหัวยิ้มหวานให้เด็กมัธยมปลายที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้ ไม่แปลกก็แย่ ใช่ว่าซึงรีจะไม่รู้ว่าพี่ยองเบคิดยังไงกับเขา และก็ใช่ว่าซึงรีจะไม่รักพี่ยองเบเลยซะทีเดียว แต่ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา ถ้าหากวันนี้พี่ยองเบยอมไปกับเขาละก็ รับรองว่าพรุ่งนี้เราคบกันแน่ๆ เพราะงั้นพี่ยองเบต้องไปกับเขานะ...
“วันนี้พี่มีทำรายงาน ขอโทษนะครับ”
เง้อ ไม่เอา ไม่ยอม ไม่ยอมเด็ดขาด พี่ยองเบไม่ไปแล้วเขาจะไปกับใครละทีนี้ ไม่ได้ๆ ต้องเพิ่มดีกรีอีกนิด
ซึงริงัดท่าไม้ตายสุดท้ายด้วยการแกล้งกระเถิบลดระยะห่างระหว่างตัวเขากับพี่ชาย เอียงหัวซบไหล่ควงแขนอีกนิดเป็นของแถมปิดท้าย
“พี่ยองเบ...เดี๋ยวค่อยกลับมาทำไม่ได้เหรอฮะ สองชั่วโมงเองนะ”
“คบกับพี่ก่อนดิ...แล้วเดี๋ยวไปเลย”
โอเค เราเป็นแฟนกันตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เย้ยยยยยยยยยย พี่ยองเบอ๊ะ! เรียนทฤษฏีช่างเยอะไปมันเลยมีข้อแลกเปลี่ยนแบบนี้ใช่ไหม!? ใจร้ายที่สุด ไม่มีใครเข้าใจอีซึงฮยอนเลยรึไง ไม่เอาแล้ว! คะแนนพี่ยองเบติดลบ 12563.236598 คะแนน ไม่ต้องมาเป็นอนาคตของกันและกันแล้วด้วย
ถ้าไม่ติดว่าโปรโมชั่นหนังใหม่ลดครึ่งราคามีแค่วันนี้วันเดียว เขาจะไม่ดิ้นรนหาคนไปดูเป็นเพื่อนด้วยเลยซักนิด
แต่ในโปสเตอร์ดันเขียนไว้ว่าลดราคาแค่วันนี้รอบทุ่มหนึ่งเท่านั้น เลยต้องมานั่งออดอ้อนพี่ๆทั้งสองคนแบบนี้ และในเมื่อพี่ๆไม่เห็นใจซึงรี...เขาก็ไม่ง้อหรอก!
“ไปดูคนเดียวก็ได้ โกรธพี่ยองเบแล้วด้วย! ต่อไปนี้ผมจะไม่รับโทรศัพท์พี่แล้ว ไม่ต้องมาง้อแล้วนะ ฮึ่ย”
ลุกขึ้นยืนตบหลังพี่ชายก่อนที่จะเดินกระแทกเท้าตึงตังบ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้งอนขั้นสูงสุด ชะลอลดฝีเท้าการเดิน หวังให้พี่ชายเรียกกลับไปง้อก็ต้องผิดหวังเมื่อได้ยินแต่เสียงหัวเราะของพี่ยองเบที่เพิ่งเดินจากมา วุ้ย ไม่ได้ดั่งใจซักคน รอให้ซึงรีเอนท์ติดก่อนเถอะ จะม่อสาวให้ทั่วเลย คอยดูนะ พี่แดซองหรือพี่ยองเบซึงรีก็จะไม่สน เฮอะ!
.
.
.
“สวัสดีค่ะ มาดูหนังเรื่องอะไรดีคะ”
“ดิอายฮะ”
“คนเดียวเหรอคะ”
ปัดโธ่โว้ย! ก็เห็นไหมเล่าว่ามาคนเดียวจะถามให้มันตอกย้ำซ้ำเติมกันทำไม
ซึงรีขมวดคิ้วเป็นคำตอบให้พนักงานสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว จิ้มนิ้วเลือกที่นั่งบนจอมอนิเตอร์แถวที่มีคนเยอะมากที่สุด ไม่รู้ว่าเพราะโปรโมชั่นสุดคุ้มจากเอเอสเอส(?)มีโฆษณาจำกัดพื้นที่หรืออย่างไร ทำไมคนที่มาซื้อบัตรเข้าชมภาพยนตร์เรื่องนี้มันถึงน้อยผิดหูผิดตา เห็นจะมีก็แค่แถวที่เขาเลือกเนี่ยแหละที่มีคนนั่ง นอกนั้นว่างทั้งโรง อาจจะเป็นเพราะเขามาเร็วเกินไป หรืออะไรก็ช่างเถอะ อย่างน้อยที่นั่งข้างขวาของเขามันก็มีคนนั่งให้สบายใจเล่นแล้ว ถึงข้างซ้ายจะเป็นทางเดินโหลงเหลงเสียวสันหลังวูบวาบก็ตามที
“เซทเอ หนึ่งชุดฮะ”
“เอาป๊อปคอร์นรสอะไร แล้วก็น้ำอะไรดีคะ”
“กินอะไรแล้วปวดฉี่น้อยที่สุดฮะ”
แค้นใจพนักงานสาวที่อยู่หน้าเค้าเตอร์ขายตั๋วเมื่อกี้เลยมาลงกับคนขายป๊อปคอร์นคงไม่ผิดหรอกใช่ไหม ผิดไม่ผิดไม่รู้แหละ รู้แต่ว่าซึงรีชอบสีหน้าเวลาคนโดนกวนตีนชะมัด ยิ่งเวลาเขากวนแล้วไม่โต้ตอบซึงรียิ่งชอบ ทำหน้าแอ๊บแบ้วเป็นเด็กไร้เดียงสาต้องการคำตอบจริงจังอยู่ซักพัก พี่ชายอีกคนที่เพิ่งขายขนมปลาทาโร่เสร็จก็หันมาทะลึ่งตาใส่พร้อมทวนคำถามซ้ำกับพี่สาวคนเมื่อกี้อีกรอบ เงอะ…ชอบกวนตีนคนแต่ไม่ชอบให้คนเอาตีนมายันหน้าหรอกนะ
“รสชีสกับน้ำโค้กแล้วกันฮะ”
....
ใช่ว่าวันนี้อีซึงฮยอนจะเพิ่งมาดูหนังคนเดียวเป็นครั้งแรก ถ้าไม่นับพวกหนังผีหนังฆาตรกรรมน่ะนะ ก็มันกลัวอ๊ะ! เดือนที่แล้วไปดูชัตเตอร์กับพี่แดซองยังเสียววูบๆอยู่เลย นี่เขาเคยไปทำบาปกรรมอะไรไว้จนมีคนมาขี่คอจองเวรไหมเนี่ย ฮึ่ย! คิดแล้วขนลุกชะมัด แต่ก็อย่างที่ว่าไว้ มันเป็นความพอเพียงอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต เวลามีโปรโมชั่น เขาไม่เคยพลาดหรอก จะเป็นหนังผี หนังแอ็คชั่น หนังโป๊ หนังรัก โอกาสทองลอยมาถึงมือ ไม่รีบคว้าไว้มันก็โง่เต็มที ไม่ได้ว่าพี่ยองเบกับพี่แดซองโง่นะ แต่ก็...งั่งที่ไม่ยอมมากับเขา
เมื่อคิดถึงเรื่องพี่ๆที่ไม่ดั่งใจเลยเผลอลืมตัวกระทืบเท้าเข้ากับพื้นโรงหนังเต็มแรง ถึงแสงสว่างในนี้มันจะมีน้อย แต่ซึงรีก็รู้สึกว่าทุกคนกำลังมองหาต้นทางของเสียงซึ่งก็คือเขาที่กำลังเดินตัวลีบสองมือถือป๊อปคอร์นกับแก้วน้ำไซส์ขนาดกลางก้มต่ำภาวนาให้ถึงแถวที่ตัวเองซื้อบัตรไว้ไวๆนั่นแหละ
เดินมาถึงก็รีบดันเบาะกระแทกตัวลงนั่งทันที เหตุเพราะไม่อยากเป็นเป้าสายตามากไปกว่านี้ แต่เหมือนจะคิดผิดที่เลือกที่นั่งแถวนี้ ก้นหย่อนลงเบาะไม่ถึง 5 นาทีโรงภาพยนตร์ที่ควรจะเงียบ กลับมีเสียงคุยข้ามหัวไปมาตลอดเวลา
แล้วนี่ใครใช้ให้คนข้างๆเขาวางแก้วข้างซ้ายไม่ทราบ บ้ารึเปล่าฟ่ะ? ระรานชาวบ้านชะมัด นี่ถ้าไม่ติดว่านายคนนี้ทำให้เขาโล่งใจที่ด้านขวาของเขาไม่ว่างละก็ ป่านนี้ตบกระโหลกแตกไปนานแล้ว ไม่รู้รึไงว่าคนส่วนมากเขาถนัดขวาน่ะ ห๊า! บ่นในใจไปก็เท่านั้น คนข้างๆเขาคงไม่รับรู้อยู่ดี จำใจวางแก้วน้ำลงที่ด้านซ้ายมือของตัวเองก่อนที่จะตั้งใจดูหนังไตเติ้ลสุดระทึกด้วยฉากซีจีมากมายอย่างไอรอนแมน แต่ความตื่นตาตื่นใจต้องหมดลงทันทีเมื่อ คนที่นั่งข้างๆเขาทั้งแถบไม่มีท่าทีว่าจะเงียบเสียงลงเลยซักนิด
“ไอ้เชี่ยจีแม่งสวีทกับไอ้เท็มใหญ่เลยว่ะ ฮะฮ่ะฮ่า มึงอย่าทำกันในโรงนะโว้ย!”
“มึงเกรงใจชาวบ้านเขาหน่อยดิวะ กูอาย...”
มองคนข้างๆด้วยหางตาก็รู้สึกสงสารขึ้นมาตะหงิดๆ ถ้าเดาไม่ผิด แถวที่เขานั่งอยู่ต้องเป็นเพื่อนกันทั้งแถบแน่ๆ และแน่นอนว่า ผู้ชายด้านขวามือและถัดไปอีกหนึ่งที่นั่งต้องเพิ่งจะคบกันแหงๆถึงได้โดนล้อไม่หยุดขนาดนี้ แต่อย่างว่าอย่างงู้นอย่างงี้เลยนะ เขารำคาญชะมัด รู้งี้ยอมนั่งโดดเดี่ยวเดียวดายแถวหน้าสุดก็ดีหรอก ถึงจะเห็นหน้าผีชัดเกินไป อย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องโดนรังควานด้วยมลพิษทางเสียงแบบนี้...
“น้องคนริมสุดคร้าบบบ พี่ฝากเป็นหูเป็นตาให้พี่ด้วยนะคร้าบบบ เห็นไอ้เชี่ยเท็มมันเอามือล้วงเมื่อไหร่ส่งเมสเสจหาพี่เลยน้า”
จากที่ได้แต่ใช้หางตามอง ตอนนี้ซึงรีไม่คิดจะเกรงใจอีกต่อไปในเมื่อคนที่นั่งถัดไปทางด้านขวามือทั้งแถบไม่มีท่าทีว่าเกรงใจเขาเลยซักนิด อะไรกันฟ่ะ! นี่มาดูหนังผีนะโว้ย ไม่ได้มารอดูหนังตลกคอมมาดี้หรือว่าจะหนังโป้มิยาบินำแสดง หันไปส่งสายตาอาฆาตอยู่นาทีกว่าๆ ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆเขาก็หันกลับมามองพร้อมก้มหัวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ถึงโรงหนังมันจะมืดจนไม่สามารถเห็นหน้าผู้ชายคนนี้ แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว...ให้อภัยก็ได้
“ขอโทษนะครับ อย่าไปสนใจมันเลย พี่ขอโทษแทนพวกมันด้วยนะ”
“ไม่เป็นไรฮะ”
โธ่เอ้ย! เห็นว่านายโดนล้อหรอกนะถึงได้เห็นใจ ไม่ใช่เพราะเสียงทุ้มๆนุ่มๆนั้นเลยซักนิด
ในเมื่อได้รับคำขอโทษบวกกับเสียงที่ดังน่ารำคาญเงียบลงแล้วเลยหันกลับมาสนใจกับไตเติ้ลหนังต่อ
กินป๊อปคอร์นตัวเองไปเรื่อยๆ หยิบน้ำขึ้นมาดูดพลางๆ จนกระทั่งหนังที่ตั้งใจมาดูขึ้นไตเติ้ลแนะนำผู้สนับสนุนสปอนเซอร์และผู้กำกับต่างๆนาๆมาซักที
ฉากแรกเป็นฉากที่นางเอกเล่นไวโอลีนอยู่ในห้องคนเดียวตามลำพังทั้งๆที่ตาบอดตั้งแต่กำเนิด ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนดวงตาใหม่ทำให้มองเห็นอีกครั้ง และได้พบกับสิ่งผิดปกติมากมาย ยิ่งหนังลุ้นเท่าไหร่ ป๊อปคอร์นและน้ำยิ่งลดตามด้วยเท่านั้น ให้ตาย! นี่มันหนังอะไรวะเนี่ย ผีวูบไปวูบมาอยู่นั่นแหละ น่ากลัวเป็นบ้าเลย เขาเกลียดชะมัดเวลามีซาวด์เสียงแปลกๆแล้วอยู่ดีๆผีก็เดินผ่านหน้ากล้องวูบไปวูบมาแบบนี้
เสียงดูดน้ำทำเฮือกสุดท้ายดังขึ้นพร้อมๆกับฉากที่ผีผู้หญิงหน้าเละๆผมยาวถึงขาแปะอยู้ข้างหน้าจอสกรีน ดีที่เขาเอาแก้วน้ำบังหน้าเอาไว้ ไม่งั้นต้องเจอะเข้ากับหน้าผีเต็มๆแน่ พอฉากระทึกใจผ่านไป ซึงริก็วางแก้วน้ำลงทีข้างขวาด้วยความเคยชิน ก่อนที่จะเหลือบไปเห็น แก้วน้ำที่ด้านซ้ายมือของตัวเอง
เอ่อ..ถ้าจำไม่ผิด ตอนที่เดินเข้ามาตอนแรก ที่วางแก้วฝั่งขวาไม่ว่างเหตุเพราะมีคนวางอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงวางแก้วน้ำของตัวเองไว้ที่ด้านซ้ายมือ และครึ่งเรื่องที่ผ่านมา เขายกแก้วน้ำฝั่งขวาดูดตลอดเวลา เอ่อ...เอ่อ...
ซึงริไม่ผิดนะเฮ้ยยยยย! ไม่ผิดอ่ะไม่ผิด ก็เขาถนัดขวาแล้วสับสนนิดหน่อยไง งื้อออ
ทำไงดี!! ทำไงดี!! ทำไงดี!! ทำไงดี!! ช่วยไม่ได้ เดี๋ยวเอาแก้วเขาไปดูดก่อนก็แล้วกันนะพี่ชาย
หันไปมองเสี้ยวหน้าพี่ผู้ชายข้างๆแล้วถึงกับหัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อในมือของพี่ผู้ชายคนนั้นกำลังถือแก้วน้ำที่เมื่อชั่วโมงที่แล้วเขาดื่มมันหมดเกลี้ยง แถมยังเอามือล้วงลงไปหยิบน้ำแข็งขึ้นมากินแล้วด้วย ถึงแสงสว่างในโรงหนังมันจะมีไม่มากนัก อย่างน้อยเขาก็อาศัยซีนที่หนังพอจะมีแสดงสว่างทำให้เห็นสีหน้าของพี่ชายคนนั้นได้เป็นอย่างดี พี่เขาทำหน้าเหมือนจะสงสัยว่า ‘น้ำในแก้วมันระเหยไปหมดหรือไง ยังไม่ได้กินซักอึกทำไมมันหมดแก้วแล้ววะ’ อะไรประมาณนั้น
ซึงริไม่ผิดนะ กะจะเอาแก้วตัวเองเปลี่ยนให้แล้วแท้ๆ แต่พี่ดันหยิบขึ้นมากินเร็วเกินไปเองนี่นา ยังไงเขาก็ไม่ผิด!
“จียง...นายเอื้อมมาหยิบโค้กฉันกินรึเปล่า”
“เปล่าซะหน่อย ทำไมวะ”
“ก็น้ำมันหมดได้ยังไงไม่รู้น่ะสิ..”
ฮึ่ย! จะว่าเขาทางอ้อมก็พูดกันตรงๆดีกว่า ไม่เห็นต้องไปถามแฟนพี่เลยนี่ ก็ได้ๆ ต้องการให้ยอมรับผิดใช่ไหม
สะกิดแขนพี่ผู้ชายด้านข้างเบาๆ พอพี่เขาหันมาได้เห็นหน้าพี่เขารางๆในความมืดแล้วชักป๊อดขึ้นมาตะหงิดๆ หน้าโหดชะมัด กลืนน้ำลายกลั้นหายใจก่อนที่จะพูดสารภาพความผิดของตัวเองเสียงเบาชนิดที่ว่าถ้าพี่ผู้ชายคนนั้นไม่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆละก็ ไม่มีทางได้ยินเด็ดขาด
“ขอโทษนะฮะ ผมกิน เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!”
กินเฮ้ย! อย่าคิดว่ามันคือเครื่องดื่มหรืออาหารชนิดหนึ่ง เพราะอันที่จริงมันเป็นเสียงตกใจของอีซึงฮยอนที่สายตาดันเหลือบไปเห็นฉากผีหน้าเละบีบคอเจสซิก้าเข้า เลยลืมเรื่องที่จะสารภาพผิด แต่ดันทำผิดอีกกระทง ด้วยการยืมแขนพี่ชายคนข้างๆมากอดโดยไม่ได้ขออนุญาตแทน อย่าถามเลยว่าเสียงอุทานมันดังแค่ไหน เพราะทุกคนในโรงต่างก็เฮ้ยเสียงดังไม่แพ้กัน มุดหน้าลงกับต้นแขนพี่ชายแปลกหน้าอยู่นาน เสียงทุ้มๆก็ดังขึ้นที่ข้างๆหูอีกครั้ง
“มันไปแล้ว...”
“ไม่จริงฮะ ผมยังได้ยินเสียงอยู่เลย”
เพิ่มออฟชั่นด้วยการยกมืออุดหูทั้งสองข้าง ส่ายหัวไปมาบ่งบอกว่าไม่เชื่อคำบอกเล่าที่พี่ชายคนนั้นบอก
ให้ตาย! ไปบ้าอะไรเล่า นี่มันซาวด์ตอนผีกำลังจะมาชัดๆ ผีไปแล้วหรืออะไรก็ช่างมันเถอะ ยังไงมันก็ต้องโผล่มาอีกแน่
“นายกลัวผี แล้วจะมาดูทำไม....”
“ก็บัตรมันลดราคานี่ฮะ”
เอาอีก เอาอีก ถามอีก ถามให้ดังกว่านี้หน่อยก็ดี มันจะได้กลบเสียงซาวด์เอฟเฟคตึงตังๆเวลาผีมา แต่ไม่ต้องหัวเราะขอร้อง รู้น่าว่ามันตลก หลับตาปี๋พยายามไม่สนใจกับเสียงที่เล็ดลอดเข้ามาในหูอยู่ประมาณสิบกว่านาที สภาวะปกติก็กลับมาอีกครั้ง ให้เดาจากเสียงซาวด์ตอนนี้แล้วน่าจะเป็นฉากที่ผีไปแล้วอย่างแน่นอน ลืมตาข้างเดียวลองสำรวจสถานการณ์ก็โล่งอกขึ้นมาทันทีเมื่อซีนตรงหน้าเป็นฉากอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ยกหน้าตัวเองออกจากแขนพี่ผู้ชายใจดี ก่อนที่นึกขึ้นได้ว่าเขาสารภาพผิดเรื่องเผลอกินน้ำผิดแก้วยังไม่จบประโยค
ตัดสินใจสะกิดแขนพี่ชายด้านขวาอีกครั้งก่อนที่จะพูดเสียงเบาไม่แพ้ครั้งที่แล้วออกมา
“เอ่อ...เมื่อกี้ผมขอโทษนะ ผมกินน้ำโค้กของพี่เองแหละ”
“อ๋อ พี่ก็นึกว่ามันระเหยไปเองซะอีก”
“ไม่ตลกนะฮะ”
หันไปแยกเขี้ยวในความมืดให้พี่ชายใจดีที่อุตส่าห์ให้ยืมแขนป้องกันการเห็นผีหนึ่งที แล้วก็อดสงสัยไม่ได้เมื่อพี่ชายคนนั้นเอาแต่ยิ้มจนตัวเขาเกิดอาการเขินขึ้นมาซะเอง หลบสายตาที่เอาแต่จ้องหน้าเขาด้วยการตั้งใจมองจอภาพตรงหน้า ทั้งๆที่จิตใจมันไม่ได้สนใจตามด้วยเลยซักนิด
“ชื่อซึงฮยอนหรอครับ”
นอกจากจะยังยิ้มไม่เลิกแล้วยังก้มลงมามองหน้าเขาไม่เลิกอีกด้วย คิดโทษตัวเองที่ลืมถอดป้ายชื่อออกตอนนี้ดูท่าก็คงจะช้าเกินไป นี่จะจำชื่อเขาไปแจ้งตำรวจโทษฐานกินของคนอื่นโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตรึเปล่าก็ไม่รู้
“ทำไมฮะ พี่อ่านเป็นอย่างอื่นรึไง”
“ชื่อเหมือนกันเลยไง อีซึงฮยอนกับชเวซึงฮยอน…”
ไม่ได้ดีใจเลยซักนิดที่บังเอิญมาเจอคนชื่อเหมือนกัน แบบนี้ก็แย่น่ะสิ ถ้าสมมติพี่เขาเกิดผีบ้าเข้าสิงอยากเอาเรื่องเขาขึ้นมาจะทำยังไง อ้ากกกกกกกกกซ์ อยากตาย แต่ยังไม่ทันได้ตายสมใจ พี่ชายคนเดิมก็หัวเราะชอบใจที่เห็นเขากลัวผีจนไม่กล้าดู ทำไม! มันตลกนักรึไงที่เอามือมาปิดหน้าตัวเองเวลาผีกำลังจะออกมา
“หัวเราะอะ.. ฮึ่ย ผีมาอีกแล้ว!”
ฮือออออออ อีซึงฮยอนขอสาบานว่าชาตินี้จะไม่กินน้ำใครผิดแก้วอีกแล้ว ถ้าไม่ติดว่าผีบ้าตัวนี้น่ากลัวกว่าผีแว่บผีวูบผีตัวก่อนหน้านี้ละก็ เขาไม่มีทางใช้แขนพี่ชายใจดีที่บังเอิญชื่อเหมือนกับเขาเป็นแน่ แต่พอดีว่าผีตัวนี้มันน่ากลัวเกินกว่าที่เขาจะแหกตาดูได้ เพราะงั้น..ขอยืมแขนอีกซักครั้งก็แล้วกันนะพี่ชาย
....
“เฮ้อออออ จบซักทีว่ะ น่ากลัวชิบหาย”
เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกเปิดขึ้นมาแล้วกว่าครึ่งเพลง ปกติถ้าหนังจบทุกคนต้องรีบเดินออกจากโรงเหมือนกลัวจะโดนใช้เก็บขยะอะไรประมาณนั้น แต่ดูท่าผู้ชายกลุ่มนี้จะไม่คิดแบบนั้น เพราะพวกเขายังนั่งจุ้มปุ๊กเรียงกันเป็นตับสบายใจเฉิบอยู่เลย
“สาดดดดดด กูเห็นมึงหลับตั้งแต่ต้นเรื่อง ยังจะมาบอกว่าน่ากลัวอีก”
“เอ้า! ก็กูไม่อยากดูฉากสวีตไอ้เท็มกับไอ้จีไง กูเลยชิ่งหลับก่อนเลย”
หลังจากพูดจบก็โดนเจ้าของชื่อควอนจียงตบหัวเข้าดังป้าบโทษฐานพูดจาไม่เข้าหูหนึ่งที เพื่อนๆที่เหลือถึงจะไม่ได้เดือดร้อนอะไรแต่ก็ร่วมใจกันตบตามจียงกันหมด ลูบหัวตัวเองป้อยๆ ก่อนที่จะชะเง้อหน้าไปขอความเห็นใจกับเพื่อนสนิทอีกคนที่ยั่งนั่งเหม่อมองไปที่จอสกรีนตรงหน้า
“ไอ้เชี่ยเท็ม...ดูพวกมันดิ ตบหัวกูใหญ่เลย...”
“กูว่าแม่งไม่ได้สวีตกันว่ะ กูได้ยินไอ้เท็มมันจีบเด็กข้างๆมันอ่ะ…กูบอกแล้วว่ามันเป็นเพื่อนกัน มึงก็ชอบไปล้อมันอ่ะ เดี๋ยวนี้มันเลยไม่ค่อยเหมือนเดิม”
เพื่อนๆพยักหน้ารับรู้ก่อนที่จะพร้อมใจกันลุกออกจากโรงเนื่องจากมีพนักงานเริ่มเข้ามาเก็บกวาดหลายคนแล้ว พอเดินออกมาก็ไม่วายโหวกเหวกโวยวายเสียงดังให้คนรอบข้างหันไปสนใจ กอดคอตบหัวกันอยู่ซักพัก เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งก็หยุดเดินพร้อมชี้นิ้วไปที่เด็กผู้ชายดูท่าทางไฮเปอร์กำลังเดินลงบันไดเลื่อนให้เพื่อนๆได้มองตาม
“เฮ้ยนั่นไง! เด็กที่ไอ้เชี่ยเท็มจีบอ่ะ”
“นั่นมันซึงรีนี่หว่าไอ้เท็ม...รักแรกของมึงไม่ใช่เหรอวะ”
พอได้ยินคำว่า ‘รักแรก’ ของเพื่อนที่หล่อที่สุดในกลุ่ม ทุกคนต่างพากันหันมามองเจ้าตัว เพื่อรอคำตอบกันใหญ่ เท็มโปก้มหน้ายิ้มมองพื้น ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาขยี้หัวตัวเองแก้เขินเบาๆสองสามที
“น้องเขาจำกูไม่ได้เลยว่ะ ไม่ได้เจอตั้งนาน น่ารักขึ้นตั้งเยอะ..”
.
.
.
ตกดึกแสงไฟจากห้องของเด็กมัธยมปลายทั่วไปที่ควรจะนอนตั้งแต่หัวค่ำกลับยังสว่างจ้าเช่นเดียวกับเสียงเจื้อยแจ้วที่ยังดังไม่หยุดตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่งยันเที่ยงคืน “....แล้วมันก็แว่บไปแว่บมา ไม่น่ากลัวเลยซักนิดฮะ พี่ยองเบรู้ไหมว่าคนข้างๆผม ปิดตาแทบจะทั้งเรื่องเลยนะ ต้องให้ผมคอยเล่าเรื่องตลอด หึ ตลกชะมัด ผีบ้าที่ไหนมีจริง นี่ถ้าพี่ยองเบไปดูกับผมนะ ผมว่าพี่ก็ต้องปิดตาแน่ แต่ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่กลัวผีแว่บนั่นเลยซัดนิด ฮะฮะฮ่า…”
“แล้วสรุปนางเอกเขาตายยังไงละ”
“อ๋อ ก็...ก็...” ก็อะไรใครจะไปรู้เล่า ใครดลใจให้พี่ยองเบเกิดอยากรู้ตอนจบของเรื่องกันฟ่ะ งานเข้าเลยไหมละ!
เป็นไงเป็นกัน ขืนไม่ตอบพี่ยองเบได้รู้กันพอดีว่าที่เขาเล่าให้พี่ยองเบฟังตลอดสองชั่วโมงเป็นเรื่องที่เมคขึ้นมา
“...ก็ผีแว่บอ่ะดิพี่ยองเบ มันออกมาหลอกนางเอกไง แล้วก็ยังมีเพื่อนผีแว่บมารุมนางเอกด้วยนะ แต่สุดท้ายนางเอกก็ระเบิดตัวเองตาย กลายเป็นตำนานแบบนี้ละฮะ”
ถูกหรือผิดตอนนี้ซึงรีไม่สน รู้แต่ว่าไอ้เรื่องที่เขาเล่าน่ะมันเนื้อหาของไอแอมเรเจ้นท์ หนังที่เขาเพิ่งเช่ามานั่งดูกับพี่ยองเบในห้องเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง เริ่มรู้ชะตากรรมตัวเองว่าถ้าขืนคุยต่อไปมีแต่จะขุดหลุมฝังตัวเอง ยิ่งได้ยินพี่ยองเบหัวเราะชอบใจเขายิ่งอยากวางโทรศัพท์เดี๋ยวนี้เลย
“แต่เพื่อนพี่บอกว่านางเอกเขาไม่ตายนะ เราไปดูเรื่องเดียวกันรึเปล่า หืม?”
“พี่ยองเบ! แกล้งผมอีกแล้วนะ คราวนี้โกรธจริงๆแล้วด้วย หยุดเลยฮะไม่ต้องง้อผมแล้ว ผมไม่หายโกรธหรอกนะ”
รู้ทั้งรู้อยู่ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาไม่กล้าดูหนังผียังจะมาถามตอกย้ำกันอยู่นั่นแหละ แกล้งทำเป็นเห็นด้วยกับเรื่องที่ซึงรีเล่าซักนิดไม่ได้หรือไงนะพี่ยองเบ เฮอะ! แบบนี้คะแนนติดลบไปอีก 253.365425 คะแนน อย่าหวังเลยว่าเราจะเป็นอนาคตของกันและกันในเร็ววัน
“อืมๆ งั้นแค่นี้นะ ซึงรีไม่หายโกรธพี่ก็ไม่เป็นไร...”
“อะไรกันวะพี่ยองเบ! ง้อผมหน่อยก็ไม่ได้รึไง ไม่ไปดูหนังกับผมแล้วยังแกล้งผมอีก..”
ทุบกำปั้นลงที่หมอนตรงหน้าหลังจากที่ส่งเสียงงอนชนิดที่ว่าไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ เออนี่เขาโกรธจริงๆนะ มีที่ไหน? น้องงอนแล้วยังไม่ง้ออีก นี่ให้โอกาสนะ ไม่ได้อยากคุยด้วยเลยซักนิด ถ้านับหนึ่งถึงสามยังไม่พูดจาเข้าหูอีกละก็ ซึงรีกับพี่ยองเบขาดกัน!
หนึ่ง!
สอง!
สาม!
“พี่ล้อเล่นหรอกน่า เฮ้ย! พี่ซึงฮยอนอย่าเพิ่งดิ ผมคุยกับแฟนอยู่นะ”
ถึงสรรพนามคำว่าแฟนจะทำให้ซึงรีแอบทุบกำปั้นตัวเองลงกับหมอนแก้เขิน แต่ฟังจากเสียงที่ตามมาทำให้เขาขมวดคิ้วสงสัยเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายหลายคนเล็ดลอดออกมาจากหูโทรศัพท์ และมันจะไม่สร้างความสงสัยให้เขามากเท่านี้เลย ถ้าชื่อที่พี่ยองเบเรียกมันไม่ได้ชื่อเหมือนเขา
“พี่ยองเบ...อยู่กับใครน่ะฮะ”
“เอาคืนมาดิพี่ซึงฮยอน! ผมง้อแฟนอยู่นะโว้ย!”
“พี่ยองเบ....”
ทุบกำปั้นตัวเองลงที่หมอนอีกหนึ่งทีเมื่อได้ยินพี่ยองเบเรียกตัวเองว่าแฟน หรือนี่อาจจะเป็นแผนที่พี่ยองเบเตรียมไว้ง้อเขากันแน่ จะอะไรก็เถอะ ตอนนี้เขาได้ยินเสียงผู้ชายหลายคนอยู่ในห้องพี่ยองเบ แถมยังเอาแต่ล้อพี่ยองเบเสียงดังจนซึงรีต้องยกโทรศัพท์ห่างออกจากหูตัวเอง ผ่านไปอีกสองนาที พี่ยองเบก็ยังไม่มาคุยกับเขา แม้กระทั่งเสียงที่เอาแต่ล้อก็เงียบลงไปแล้วเช่นกัน ถ้าให้เดา พี่ยองเบคงเดินหนีออกมาจากห้องแล้วหาที่เงียบๆคุยกับเขาแน่ๆ
เอาละ เพราะฉะนั้นก็ง้อเขาดีๆซักที...
“พี่ยองเบ...ยังอยู่รึเปล่าฮะ”
“ซึงรี...นี่พี่เองนะ พี่ที่เรากินน้ำโค้กซะหมดแก้วน่ะ จำได้รึเปล่า...”
END
another part 'll coming soon
PEPSI (YBGD)
it's a flash back of COKE COCA COLA

everything means nothing ,If I ain't got you ...
check rating about YBGD
YBDRAGON
the 1st YBGD Thailand fans site(UNDER CONSTRUCTION)
EDIT ::
5555555555555555555555555555555555555555555555555555
55555555555555555555555555+5+5..555887
55555555555555555555555555555
..บ้าไปแล้ว กรูบ้าไปแล้ว 5555555555555555555555555+

ฆ่ากรูเห๊อะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
แสร่ดดดดดดดดดดดดดดดด ไม่เคยพบเคยเห็น เพื่อนกันเขาทำแบบนี้
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรีดดดดดดดดดดดดดดดดด
ควอนจียงวางมือบนไหล่พี่ยองเบได้แบบ งึ้ยยยยยยยยยยย
พี่ยองเบก็มองควอนจีแบบ อั้ยยยยยยยยย~
แนะนำพิมพ์การ์ดแต่งงานแล้วส่งทั่วราชอาณาจักรเลยดีกว่าพี่ยองเบ
ไม่ไหวแล้วนะ ไม่ไหวแล้วววววววววววววววววววววววววววว
credit: Venus* ขอบคุณพี่คนเม้นนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่า
อยากคุยกับพี่เยอะๆ อยากได้รูปวายบีจีดีเยอะ ฮืออออ ขอบคุรมากๆเลยค่า




บอร์ดไม่ถึงไหน
เล้งฟิคประเดิมแล้วหรอท่าน
#2 By HikarI on 2008-07-18 02:54