[Fic] HOW DEEP 01
posted on 26 Jul 2009 19:08 by e-keijung in FICTION
HOW DEEP
By: E-keijung
Paring: TOPTORY versus YUNHOTORY
Rating: PG-13
STEP 01 what the heck
ชีวิตเด็กเตรียมเอนทรานซ์ จะมีอะไรน่าเบื่อไปกว่าการนั่งเรียนพิเศษทั้งวี่ทั้งวัน?
แรกๆก็ฮึดอยู่หรอก พอรู้ตัวอีกที ตารางวันหยุดปิดเทอมก็เต็มเอียดไปด้วยชั่วโมงเรียนเห็นแล้วเกิดอาการระเหี่ยใจ
ให้ตาย! ถ้ากินไอ้ชีทแคลคูลัสดิฟฟังค์ชั่นบ้าบอคอแตกแล้วมันเข้าไปฝั่งในซีรีบรัมหรือซักส่วนของร่องสมอง
อีซึงฮยอนจะไม่รีรอที่จะยัดมันเข้าปากเลย ...ฮือ เมื่อไหร่จะหลุดพ้นช่วงเวลาวุ่นวานซักทีวะเนี่ย!?
“ซึงฮยอน ตื่นได้แล้วลูก พี่ยุนโฮเขามารอนานแล้วนะ!”
เสียงอ่อนโยนกึ่งจะต่อว่าเขานิดๆดังซ้ำไปซ้ำมาอยู่ประมาณห้ารอบ บานประตูที่ลงกลอนไว้อย่างดีกลับเปิดออกง่ายดาย เป็นเพราะผู้ชายร่างสูงเดินควงกุญแจ ทำหน้าทำตากวนประสาทยืนจ้องเขาอยู่ข้างเตียงนั่นล่ะ จริงๆก็ตื่นนานแล้วนะโว้ย แต่ขามันไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ก็เท่านั้น เฮอะ! แม่นะแม่ เรื่องอะไรไปปั้มกุญแจห้องนอนเขาให้พี่ยุนโฮเฉยเลย
“ให้เวลาห้านาที ถ้าไม่ลุกพี่จะปล้ำ”
ไม่ทันขาดคำ ก็ไหนบอกห้านาที แล้วมากอดทำไมอ่ะ เง้ย ไม่ได้อยากสะบัดสะบิ้งแกะมือออกซักเท่าไหร่หรอกนะ เดี๋ยวจะหาว่าเขายั่วเสียเปล่าๆ “พี่ยุนโฮ! ผมโตแล้วนะเว้ย” ก็ไม่รู้ว่าคำพูดเขามันไปกระทบโสตประสาทชองยุนโฮบ้างรึเปล่า แสร่ด ปล่อยเขาไปซักวันจะหมดอารมณ์ทางเพศตายรึไง บางทีก็ไม่อยากจะคิดหรอกนะว่าพี่ยุนโฮคิดกับเขาจริงจัง แต่แบบ เออ มือจะล้วงเสื้อเข้ามาทำไม ฮือ สิบแปดแล้วนะ อีซึงฮยอนอายุสิบแปดแล้วนะเว้ย มาแต๊ะอั๋งเขาพร่ำเพื่อแบบนี้มันเสียหายมากไม่ใช่หรอ
“ผมจะฟ้องแม่ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้..” ไม่ได้เคลิ้ม ไม่ได้รู้สึกดี แต่ถ้าขยับแม่งต้องเสียดสีแล้วเลยเถิดแน่ๆ “ขี้ฟ้องว่ะ...”ชองยุนโฮหยุดการกระทำทั้งหมดก่อนจะลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองเรียบร้อยราวกับเรื่องถูกเนื้อต้องตัวเป็นแค่อิมเมจิเนชั่น ถึงจะหื่นกามที่สุดในกวางจู แต่พี่ยุนโฮก็กลัวแม่เขาที่สุดล่ะนะ ฮ่า “กลัวแม่เค้าอ่ะเด้” แอบแลบลิ้นยื่นปากล้อเลียนพี่ชายอยู่ซักพักก็รีบเด้งตัวออกจากเตียงเมื่อพี่ยุนโฮทำท่าจะปล้ำเขาอีกรอบ “กุญแจห้องน้ำพี่ก็มี อาบช้ากว่าสิบนาที นายเสร็จพี่แน่ซึงรี!”
แล้วจะโง่อาบเกินสิบนาทีทำไม แทบจะเรียกว่าเดินผ่านน้ำ ใช้เวลาเพียงห้านาทีชุดไปเวททะมัดทะแมงที่เจ้าตัวชอบใส่ก็อยู่บนร่างเด็กหนุ่มอายุสิบแปดเรียบร้อย พี่ยุนโฮจัดนู่นจัดนี่ให้ทำตัวอย่างกะพ่อ เฮอะ!
“หล่อแล้วพี่ แค่นี้สาวๆก็หลงผมจะแย่อยู่แล้ว” ไม่ต้องทำหน้าชื่นชมความแมนแฮ่นซั่มของเขาขนาดนั้นก็ได้นะพี่ยุนโฮ ใครจะหล่อเหมือนพี่วะ ไม่ต้องทำอะไรก็มีสาวมาขอเบอร์แล้วอ่ะ “อืมหล่อ พี่ถึงได้รักได้หลงเราอยู่นี่ไง”
โอเคซึ้ง ใครถามไม่ทราบ เกาหัวแกรกๆหมดซึ่งคำพูด ซึงรีตัดสินใจคว้ากระเป๋าเป้ใบโปรดสะพายหลัง เดินจ้ำอ้าวลงมาด้านล่างด้วยอัตราเร็วคงที่ แกล้งทำเป็นไม่สนใจรอยยิ้มแอบแฝงที่เดินตามมาได้อย่างแนบเนียน กระทั่งเห็นบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำคันงามจอดเทียบหน้าบ้าน เขาก็เพิ่งฉุกคิดได้ว่าจนแล้วจนรอดก็ต้องพึ่งพาชองยุนโฮอยู่ดี
“เปิดประตูดิ เดี๋ยวผมไปเรียนสายกันพอดี”
สัญญาณรีโมทถูกกดหนึ่งครั้ง ประตูฝั่งตรงข้ามคนขับก็โดนมือเล็กกระชากเปิดฉับพลันพร้อมยัดตัวเองเข้าไปนั่งรวดเร็ว ชายหนุ่มชุดนักศึกษาสีขาวที่ทำหน้าที่เป็นสารัตถีด้วยความเต็มใจยิ้มมุมปาก โคลงหัวไปมาอารมณ์ดี๊ดี ซึงรีปลายตามองแล้วได้แต่แยกเขี้ยวหมั่นไส้ ถ้าไม่ติดว่าขี้เกียจเบียดเสียดตัวเองขึ้นไปยืนโหนรถเมล์ละก็ ชองยุนโฮก็ชองยุนโฮเถอะ ซึงรีไม่มานั่งตากแอร์ในรถคันนี้หรอก
เบาะฝั่งคนขับถูกแทนที่ด้วยร่างสูงในเวลาไม่กี่นาทีถัดมา เสียงสตาร์ทรถเบาหวิวด้วยระบบเครื่องยนต์ชั้นยอด ลมเย็นเป่าหน้าขาวใสสดชื่นเสียจนต้องแอบยิ้มกับตัวเอง เลยเป็นสาเหตุให้มือใหญ่ปรับระดับองศาช่องปรับอากาศให้พอดียิ่งกว่าเดิม แถมด้วยยักคิ้วหลิ่วตากระตุกยิ้มมุมปากน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด!
“ถ้าพี่ปิดเทอมแล้วไปเที่ยวกันไหม..”
“ไม่!”
ทันควัน ชัดเจน และจริงจัง ไม่รู้หรือไงว่าอีซึงฮยอนกำลังเตรียมเอนสะท้าน ขืนปล่อยตัวปล่อยใจมีหวังได้กลับกวางจูไปขอที่นาอาม่าเลี้ยงน้องวัวกันพอดี โธ่เอ้ย! ก็นึกว่าเป็นห่วง คิดถึงอนาคตเรา ที่ไหนได้ ผลประโยชน์ตัวเองทั้งนั้นแหละ
“ไม่ก็ไม่ พี่รอเราเอนท์ฯติดก่อนก็ได้ เนอะ? รอมาตั้งแต่ซึงรียังตัวเท่าเนี๊ยะ..” นิ้วโป้งและนิ้วชี้ประกอบท่าทางขยายคำว่า ‘เท่าเนี๊ยะ’ ก่อนหันกลับไปสนใจการจราจรตรงหน้า ทิ้งท้ายให้คนขี้บ่นในใจถึงกับจังหวะหัวใจเต้นติดขัด
“พี่ยุนโฮรอซึงรีได้ตลอดชีวิต...”
เสี่ยว! บ้านนอก! ชานเมือง! ปริมณฑล! อี๋~ น้ำเน่าไม่มีที่สิ้นสุด ก็รู้ว่าเป็นแบบนั้นทำไมต้องรู้สึกว่าน้ำเสียงจริงจังของชองยุนโฮมันมีผลกับหัวใจนัก แย่... พี่ยุนโฮกับเขาสนิทกันตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่กวางจูยันโซล อีซึงฮยอนพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าบุคคลแรกที่คิดถึงนอกจากพ่อกับแม่และน้องสาว จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชองยุนโฮ แล้ว...แล้วใครจะไปคิดเล่าว่าวันนี้มันจะกลายเป็นแบบนี้ ไม่ได้รังเกียจหรอกนะเว้ย แต่แบบมันแปลกๆ เคยเห็นกันตั้งแต่อ้อนแต่อ่อน เท่าที่จำความได้ตอนอยู่กวางจูก็มีแต่พี่ยุนโฮเนี่ยแหละเป็นเพื่อนเล่น จริงๆเพื่อนเยอะอยู่หรอก แต่แบบไอ้คนที่จะมารับมุกแป้กๆได้ตลอดเวลาน่ะมีแค่ผู้ชายคิ้วหนาหน้าขาวตัวสู๊งสูงนั่งดี๊ด๊าอยู่ข้างๆเขา พอรู้สึกตัวอีกที ชองยุนโฮคนดีคนเดิมก็แปรเปลี่ยนเป็นยูโนวยุนโฮปากหวานขี้หวงแถมทะลึ่งหื่นกามไปเสียได้
“เอ้า! ถึงแล้ว” ทบทวนอดีตเพลินจนรถคันหรูจอดสนิทเทียบหน้าตึกสูงหกชั้น ขยี้ตาอ้าปากหาวเผื่อสองชั่วโมงข้างหน้า ก่อนปลดเข็มขัดนิรภัยตาปรือ “ตั้งใจเรียนนะครับ ” สงสัยพี่ชายด้านข้างจะเห็นวี่แววว่าไม่รอดแน่ เลยเอ่ยเสียงนุ่มทุ้มฟังแล้วเกิดอาการจั๊กกะจี๊หัวใจตาสว่างขึ้นมาทันที
“ขนลุกว่ะพี่..” ยื่นแขนโชว์หลักฐานว่าไม่ได้โม้ตามประสาคนซื่อ หยอกล้อกันอีกนิดหน่อย ชองยุนโฮก็ไล่เขาลงรถอ้างว่าตัวเองกำลังจะไปสาย หากเขาพอจะรู้หรอกน่าว่าพี่ยุนโฮกลัวเขาไม่ทันเข้าเรียนมากกว่า ไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะเว้ย ก็พี่ยุนโฮไม่มีเรียนคาบเช้าเลยนี่หว่า
“ขับรถดีๆนะพี่ยุนโฮ” ตะโกนทิ้งทายตอนเห็นท้ายรถวิ่งฉิวไปไกลลับตาทุกทีสิน่าอีซึงฮยอน
*
หนึ่ง
สอง
สาม
สี่
บันไดขั้นที่ห้ามันสูงกว่าปกติหรือเขาเมื่อยและขี้เกียจเดินกันแน่ เหนื่อย..บอกได้คำเดียวว่าทำใจลำบากที่ต้องไปนั่งแช่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมจ้องโทรทัศน์แขวนลอยร่วมห้าชั่วโมง ตั้งใจเดินแกว่งไปแกว่งมา เพื่อกินเวลาเรียน แค่บันไดสิบขั้นซึงรีใช้เวลาเกือบห้านาที นับประสาอะไรกับชั้นห้า คำนวณแล้วมีขั้นบันไดมากกว่าร้อยขั้น บวกลบคูณหารอีซึงฮยอนหมดเวลาไปกับการก้าวขาเกือบครึ่งชั่วโมง
“โหย เหนื่อยโว้ย” ถ้าถามว่าแล้วตึกนี้มันยากจนต่ำต้อยมากหรือไงถึงไม่มีลิฟต์ เปล่า ตึกไม่ได้อนาถขนาดนั้น แต่เป็นเขาเองที่ไม่อยากใช้มัน บอกแล้วไงว่ามันเร็วเกินไป ยอมเมื่อยขาดีกว่าเมื่อยตูดนั่งเรียนเป็นไหนๆ
“ไหงไม่มาแล้ววะจงฮยอน สาด กูอุตส่าห์ยืนรอมึงข้างนอกตั้งนานนะเว้ย” ผ่านพ้นไปสี่ชั้น เด็กเตรียมเอนสะท้านผู้ไม่เจียมเนื้อเจียมตัวยิ่งกว่าเขาค่อยๆโผล่มาเห็นทีละคนสองคน นี่ก็คงอ้างเรื่องมายืนรอเพื่อน อันที่จริงขี้เกียจเรียนล่ะสิไม่ว่า เฮอะ มุกฟายแค่นี้เขามองออกหมดนั่นแหละ
“ฟู่ ถึงซะที” แอบปาดเหงื่อถอนหายใจยาวเหยียดก่อนก้าวขึ้นบันไดขั้นสุดท้าย ประตูกระจกแปะด้วยโปสเตอร์โปรโมตสรรพคุณสถาบันตั้งตระง่านอยู่ตรงหน้า ทว่าความมืดทั้งด้านในและด้านนอกกลับทำให้เส้นประสาทตรงขมับเต้นตุ่บๆ ยิ่งไล่สายตาอ่านป้ายประกาศหยุดตามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ด้วยแล้ว อีซึงฮยอนเริ่มรู้สึกเหมือนมีมวลอากาศพุ่งพวยออกจากหู
“อะไรวะเนี่ย...” งึมงำ ไม่เชื่อสายตาตัวเองอยู่ซักพัก หันหลังพิงกระจกหอบลิ้นห้อย หลับตาทบทวนเรื่องราวครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา
ตื่นเช้าเพื่ออะไร
เป็นปัญหาที่ค้างคาใจ
เดินขึ้นบันไดมาร้อยกว่าขั้นเพื่ออะไร
เป็นปัญหาที่คางคาใจ
ทำไมเขาไม่รู้จักดูข่าวคราวบ้านเมืองบ้าง
เป็นปัญหาที่ค้างคาใจ
...
จะว่าดีใจมันก็ดีใจอยู่หรอก แต่มันเมื่อยมากเลยนะเว้ย ฮื้อ ที่พึ่งสุดท้ายจึงตกเป็นของโมบายโฟนโลลิป๊อปสีดำ เบอร์แรกที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาในหัวคงหนีไม่พ้น ชองยุนโฮ พี่ชายแสนดี๊แสนดี ที่ปรับทุกข์ส่วนตัวคนนั้นไง๊
ทว่า..
“สมน้ำหน้า ไม่ต้องมาโวยวายเลยเรา น่าจะดีใจไม่ใช่เร้อ”
เป็นปัญหาที่ค้างคาใจ..
“ห๊ะ! ให้ไปรับเนี่ยนะ พี่ไม่ว่างว่ะ กลับเองแล้วกัน เฮ้ยเชี่ยปาร์ค รอกูด้วยดิวะ”
เป็นปัญหาที่ค้างคาใจ..
ไหนบอกรักซึงรี ไหนบอกว่ารอซึงรีได้ อะไรวะ ฮือ งอน! อยู่ต่อหน้าเขาทำเป็นสุภาพบุรุษดูแลเยี่ยงไข่ในหิน ไหงอยู่กับเพื่อนกลายเป็นคนละคนแบบนี้ล่ะชองยุนโฮ “ไอ้พี่ยุนโฮบ้า..” พับฝาพับโทรศัพท์ดังแป๊ก ย่นจมูกด่าลับหลังพี่ชายเสียงเบา แถมสาบานกับตัวเองแน่วแน่ว่ายังไงเย็นนี้เขากับชองยุนโฮขาดกัน เฮอะ!
“.. ไหงมันมืดงี้ล่ะ เขาประหยัดไฟเรียนกันหรอ” เออะ ยืนอยู่ตั้งนานเขาเพิ่งสังเกตว่ามีคนอยู่ด้วย คงอารมณ์เดียวกับเขาล่ะสิ เข้าใจว่ะเข้าใจ แต่ไอ้ประโยคคำถามอันหลังนี่มันกวนตีนยังไงชอบกลแฮะ
“กระทรวงสั่งปิดมั้ง” เอาน่ะ บอกบุญชี้ให้เขาเห็นป้ายประกาศหน่อยเป็นไร
“อืม มาคนเดียวหรอครับ” หลังจากพยักหน้าเข้าใจข้อความบนกระดาษหน้าติวเตอร์เสร็จ ผู้ชายคนนั้นกลับเปลี่ยนประเด็นรวดเร็วจนเขาอดที่จะขมวดคิ้วกับคำถามกำกวมไม่ได้ ..หมายฟามว่าไรวะ
“คือจริงๆแล้วพี่เห็นนายเดินห้อยแข้งห้อยขามาตั้งแต่ชั้นแรก ไหนจะที่คุยโทรศัพท์กับพี่ชายเมื่อกี้อีกไง พี่เลยคิดว่าเรามาคนเดียวรึเปล่า จะชวนไปกินข้าว..” ขี้ตู่เอาเองว่าตัวเองเป็นพี่ไม่พอ ยังทำตัวสโตกเกอร์อีกต่างหาก ฮึ้ย น่ากลัวชะมัด
“เอ่อ มาคนเดียว แต่ว่านายอายุเท่าไหร่น่ะ” เปล่าเจี๋ยมเจี้ยม แค่มีมารยาทกับคนแปลกหน้า นี่ถ้าอายุน้อยกว่าเขาล่ะก็จะหยามไม่ให้เหลือศูนย์เลยเหอะ
“ยี่สิบสองแล้ว ทำไม หน้าพี่อ่อนขนาดนั้นเลยเหรอ” เออะ ไม่เข้าใจ นี่เราสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่วะ? พูดจาเหมือนรู้จักกันมาเกือบค่อนชีวิตงั้นแหละ นี่ถ้าไม่ติดว่าอายุมากกว่า อีกอย่างขี้เกียจเสวนาเต็มที อีซึงฮยอนจะเสยหน้าแล้วแอบวิ่งลงบันไดห้าชั้นภายในสองนาทีให้ดู
“คือ ..ผมไปก่อนนะ” ก้มหัวลาตามประสาคนอายุน้อยกว่า โบกมือบ๊ายบายด้วยนิสัยประจำตัว ก้าวขาลงบันไดไปได้ไม่ถึงก้าวเต็ม เสียงทุ้มต่ำก็ทำเอาร่างกายแข็งทื่อราวกับมีใครปรับอุณหภูมิจากบวกสามสิบองศาเป็นติดลบสองร้อยองศาเซลเซียส
“เดี๋ยว อีซึงฮยอน..”
“เฮ้ย! รู้ชื่อผมได้ไงวะ” ถึงขาจะขยับไม่ได้ แต่ปากยังขยับได้อยู่ สะบัดหน้าหันไปตะโกนถามด้วยความฉงน สุดท้ายรอยยิ้มจากฝ่ายตรงข้ามก็แปรเปลี่ยนเป็นประโยคบอกเล่าที่เข้าหูซ้ายฝังลึกลงซีรีบรัมทันทีทันใด ดูท่าจะเอาอะไรมางัดคงไม่ออกง่ายๆด้วย
ก็เล่นพูดแบบนี้..
“พี่แอบชอบเรามาตั้งแต่ตัวเท่าเนี๊ยะ..”
แถมทำท่าทำทางประกอบคำว่าเท่าเนี๊ยะเสียเหมือนชองยุนโฮเมื่อเช้านี้เปี๊ยบ..
“ลืมไม่ลงหรอก..”
ให้ตาย! ถ้าวันนี้ติวเตอร์ไม่หยุดเขาคงไม่เจอเหตุการณ์วุ่นวายแบบนี้เด็ดขาด ฮื้อ อีซึงฮยอนกำลังเป็นเด็กเตรียมเอนสะท้านนะเว้ย
ไปรู้จักกันตอนไหน
เป็นปัญหาที่ค้างคาใจ
ชื่อเสียงเรียงนามคืออะไร
เป็นปัญหาที่ค้างคาใจ
อ่ะโว้ย...
ปัญหามันกำลังค้างคาใจมากเกินไปแล้ววว วว
to be continued




พี่กิ๊ฟฟฟ ไอเก่งกำลังอยู่ในช่วงมิดเทอมสะท้านตับ
โดยที่เจ้าแม่จียงไม่ช่วยเรา อาแมน =______=
ชีวะเคมีฟิสิกส์
โอยยย จะอ้วกออกมาเป็นไมโทรสเกเลตอนผสมกับโซเดียมไนเตรดด้วยอัตราเร็วคงที่*ล้วงคอ ๆ*
ชอบบ รออยู่ๆ เก่งชอบบ
ชอบพี่กิ๊ฟแต่งฟิค ชอบฟิคพี่กิ๊ฟ ชอบพี่กิ๊ฟด้วยย *ทำตาเยิ้ม*
555555555555555555+
ไม่รู้ดิ มันเห็นภาพดี เห็นภาพเด็กเอ็นสะท้าน เดินๆทอดน่องลั้นลา ณ กวดวิชาชื่อดังหลายแห่ง
แบบว่า เด็กเอ็นสะท้านมันเป็นแบบนี้จริงๆอ่ะ ช่วงแรกไฟโคตรแรง โหยยย
พอช่วงหลังๆ ใครเอากระสอบมาดับไฟกรุ๊วววว ~ TT^TT ไฟหายไปพร้อมกับความรู้ในสมองทีเดยว
ชอบชองยุนโฮได้ป่ะล่ะ กวนติงดี ๆ 55555555+
“พี่ยุนโฮรอซึงรีได้ตลอดชีวิต...”
เสี่ยว! บ้านนอก! ชานเมือง! ปริมณฑล!
อี๋ ~~~ เราชอบบบบบบบบ >v< เราจะเอาไปเล่นกับเพื่อนเราแหละ 5555+ แต่พี่กิ๊ฟลืม 'ชนบท' อีกอันนะ 55555+
เห้ย !! ไอมุกกวดวิชาปิด *หลั่งน้ำตา*
คือแบบ เราเห็นภาพ เรารู้สึก เราตะเตือนไต
ไอเก่งเคยเป็นแบบอซย.ไง แต่คนละกรณี อันนี้ไปถึงแล้วปิด
แต่ไอเก่ง เค้าไม่ปิดแต่ไอเก่งนึกว่าปิดเลยไม่ไป = =
แบบเพื่อนโทรมาตอนบ่าย อีนี่ก็งัวเงียๆไปรับโทรศัพท์
"เห้ย วันนี้ไม่มาเรียนหรอ ?"
"เออ เค้าปิด ดูข่าวบ้างป่ะเนี่ย ?" < ยังมีหน้าไปด่าเพื่อน
"แป๊ะ !!! เมิงบ้าป๊ะ เค้าปิดวันจันทร์นี่วันเสาร์ แม่งก็ยังเปิดเรียนอยู่ดิ"
".... เออะ = {} ="
โทรมาบอกก็ไม่ได้อะไร ไอเก่งเรียนรอบเช้า
เมิงบอกกรุวทำม๊ายยยย *เขวี้ยงโทรศัพท์ลงหมอนที่นุ่มที่สุด - - *
แต่ชอบอซย. ณ กวดวิชามากเลยเหอะ ช๊อบชอบ
เห็นภาพชัดเจนแจ่มแจ้งชัดแจ๋ว ชอบตอนมันงึมงำๆด้วย
55555555555555555555+.
ลุงสโตรกเกอร์อายุ 22 อ่ะ *สะกิดๆ*
มาละ มาแบบลึกลับ มันเป็นคร๊ายยยยยยยย แต่เราพอเดาออก 55+
แต่ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องยังไงกับ อซย.
อืมมม น่าค้นหา ลึกลับ มีสเน่ห์(ปลายจวัก) *บ้า !*
มีการมา ลืมไม่ลงด้วย โหยยยย เริ่ดๆ
รู้ละ ไอลุงสโตรกเกอร์คนนั้นมันแอบอยู่ในกระถางกระบองเพ็ดหน้าบ้านซึงรีแน่เยย
หรือไม่ก๊ะเป็นยุง แมลงหวี่ ผีเสื้อ(สมุทร) หมู่ภมรที่บินว่อน *พอเถอะ*
เราจะหยุดเดา เพราะยิ่งเดามันจะยิ่งเสื่อม อาแมน = = ;
55555555555555555+ รอตอน 2 ๆ
รอเด็กเตรียมเอ็นสะท้านแต่งต่อ ๆ
ว่าที่เด็กเศรษฐศาสตร์ สู้ๆเว้ย *ชูป้ายไฟ*
ป.ล. แอบรักตัวประกอบที่ชื่อ จงฮยอน อ่ะ
โผล่มาตั้ง 1 คำ เยอะกว่าชื่อพระเอกอีก =_____=
555555555555555555555+
#1 By ★; k E n G ' ๑ ๓ (61.90.23.137) on 2009-07-28 21:56