เออะ ฝันโคตรโคตรตรงหัวบลอค เหมารวมทั้งหนังและชีวิตจริง ณ ตอนนี้
ก่อนอื่น ขอกรีดร้องให้ก้องโลก

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด

กูปิดเทอมแล้วโฟ้ย!!!!!


(ดีเลย์กว่าชาวบ้านประมาณอาทิตย์หนึ่ง -*-)
ฝันโคตรโคตรจริงๆนะเออ ได้ข่าวว่าก่อนหน้านี้
(ซักประมาณสิบสองชั่วโมงที่แล้ว) เอ็งยังนั่งมึนทำฟิสิกส์อยู่
ทำไป 38 ข้อชอยด์มั่นใจไม่ถึงครึ่ง แถมอีกสองข้ออัตนัยแม่มไม่ตัดเศษส่วนให้เขาด้วย
ไม่คิดคำตอบให้ด้วย กูอย่างสด ติดไว้งั้นแหละ อยากรู้คิดเอง
(จารย์บอก คะแนนเอ็งเอาไปคิดเองไหม?)

เอาน่ะ มันก็แค่วันนึ่งที่ผ่่านไปล่ะวะ
(วันหนึ่งที่มีผลต่อสมุดพกในวันข้างหน้า อ่ะฮือ)


มศว
ไฟนอล
แกทแพท
ไอซีทีมหิดล
ไอซีทีศิลปากร

 

เหลือภาระกิจ 3 ประการ สาธุ ติดซักทีเห๊อะสัญญาว่าจะอ่านหนังสือ(ทำตาปริบ)
ก่อนจะถึงวันนั้น ขอเหลวไหล ติดจอคอมซักสองวันเนาะ ไม่ไหววแล้วววว
อยากกลับไปเกาะขากางเกงปู้ชายชื่อซึงฮอลเหมือนเดิมมมมมมม

จริงๆวันนี้ไม่มีอะไรเล้ย
แต่อยากเขียนเก็บไว้ เพราะประทับใจมว๊าก
คงไม่สปอยหรอกมั้ง หนังเข้าโรงมาอาทิตย์กว่าแล้ว  เอาเป็นว่า
ใครหลงมาอ่าน แล้วเป็นพวกนอยสปอย ข้างล่างสปอยนะคะ



ฝันโคตรโคตร

ภาพยนตร์ล้มลุกโดย พิง ลำพระเพลิง 

"ใครว่าในฝันมันไม่เจ็บ มันไม่จริงหรอกนะ"

ไปดูเพราะประโยคนี้ประโยคเดียวเลยจริงๆ
ไม่เคยดูทีเซอร์ เคยแต่เห็นผ่านตา แต่ไอ้ประโยคนี้ดันลอยตามลมมาเข้าหูซะงั้น
แล้วที่ไปดู เพราะเพิ่อนที่ไปด้วย ไม่อยากดู pandorum+ ได้ข่าวมาว่า
มันเกี่ยวกับเรื่องช่วงเวลา ก็เลย เอาวะ ปิดเทอมไม่ดูหนังไม่ใช่ธรรมเนียม จัดไป 120 บาท

ฝันโคตรโคตร เอสเอฟงามวงวาน โรง 2 รอบ 17.40 แถวเอฟ ที่นั่ง 9-10

ก้าวแรกที่เข้าไปนี่แบบ "โรงนี้เป็นของเรา ฮูเล่~~~~~~~~"
เพื่อนก็กระซิบข้างหูว่า เดี๋ยวหนังเริ่มแล้วไปนั่งที่ร้อยสี่สิบกัน
ไอ้เราก็เออออ นั่งดูทีเซอร์ไปเรื่อย หันไปบอกเพื่อน

"เฮ้ยมึง ย้ายไปหนังหลังกูก็มองไม่เห็นซับดิ"
(สายตาสั้นค่ะ แว่นแล้วยังสั้น อนาถได้อีกกก)
เพื่อนหันมาทำหน้าฟายงง "อ่านซับทำไมวะไอ้บ้า หนังไทยโว้ย"

เออว่ะ คืออารมณ์ว่าลืมว่ามาดูเรื่องอะไรวะ คิดดูแล้วกันอารมณ์ก่อนดูนี่ลบสุดๆ
จนหนังฉาย ประโยคแรกที่ขึ้นมาสะกิดใจคือ

"ความรักมันก็คือ อัตราการแลกเปลี่ยน หรือจะเถียงว่า ความรักคือการให้
จะไปให้ได้ไง ถ้าไม่ได้รับความรักตอบแทน ความรักมันก็จะน้อยลงไปเอง"


คือแบบ เออว่ะเนอะ จริงด้วยว่ะแสร่ด โดนอ่ะโดน ผ่านเลยใช้ได้
ทว่า โลกเรามันไม่มีอะไรที่คิดแบบบเดียวกันหมดหรอก อีกประโยคก็ขึ้นมาว่า

"ความรักมันคือการให้้จริงๆนะ ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มันมีอยู่จริงๆนะ
ไม่น่าเชื่อเนอะว่าคนเราจะรักคนที่นิสัยแย่ได้ขนาดนี้..."


ตอนแรกก็ไม่เข้าใจหรอก ดูจบมานั่งคิด ก็คนที่ทำให้เปิ้ล(นางเอก)
คิดว่ารักแท้มีจริง ก็คือ ด่าง(พิง พระเอก) ไม่ใช่หรือ?
ด่างไม่ใช่หรือที่ส่งเสียอุปการะเปิ้ลโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ไม่ต้องการให้เปิ้ลรู้ด้วยซ้ำว่าตนเป็นใคร 

หากทำไมด่างถึงคิดว่าความรักคือ อัตราการแลกเปลี่ยนอย่างหนึ่งล่ะ
ก็นั่นดิวะ เหมือนจะเข้าใจนะนี่ แต่แม่งก็ยังเข้าใจในความมึนงงของตัวเอง
ถ้าให้เดาคงเพราะ ช่วงเวลาที่ด่างพูดกับคนขายนาฬิกาเป็นช่วงที่ด่างห่างเหินกับเปิ้ลในฝันรึเปล่า
หรือจริงๆแล้วด่างเอาความรู้สึกช่วงตอนก่อนที่ติ๋ว(เมีย)จะเสียชีวิต
อันนี้ก็ไม่แน่ใจ ออกแนวสับสนช่วงเวลา 555+

เรื่องนี้มันซ้อนปมไว้เยอะมาก ก่อนเข้าไปดูก็คิดนะว่ามันคงเป็นแนวโลกคู่ขนาน
แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะทิ้งปมให้เราคิดต่อได้เยอะโคตรโคตรสมชื่อเรื่องซะ

 

ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่า ตอนไหนความฝัน ตอนไหนความจริง
จะจริงจะฝัน มันอยู่ที่เราคิดเอง เราคิดว่าเรื่องนั้นฝัน แต่พอ ตื่นขึ้นมา มันกลับเป็นเรื่องจริงของใครซักคน
อ่ะโหเหะ มาถึงตรงนี้ ถึงกับอ้าปากยกนิ้วให้พิง "เขาคิดได้ไงวะ"

ไม่เคยใช้สมองคิดกับหนังในประเทศได้มากเท่าเรื่องนี้
อาจเป็นเพราะมีอายุที่มากขึ้น(เหมือนแก่เลยนะเราน่ะ -*-)
เลยมองอะไรได้ลึกซึ้งขึ้น บวกกับ เนื้อหาที่ต้องตีความ
บอกได้คำเดียวว่าเหนื่อยโคตรโคตร ดูแล้วต้องหันไปหาเพื่อนตลอดเวลา 

"เอ๊ะ ทำไมล่ะ เอ้า อ๋อ มันงี้นี่เอง เอ๊อะ ใช่รึเปล่าวะเนี่ย"

นอกจากซีรีย์ฝรั่ง จำไม่ได้แล้วว่าเวิ่นเว้อได้ขนาดนี้เรื่องนี้รึเปล่า
ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจแจ่มแจ้ง และในใจลึกๆอยากจะหาคำตอบว่าตกลงตอนจบของเรื่องเป็นยังไง
แต่เอากันตามจริง มันอิ่มแล้วนะ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่ามันเรียกว่าความรู้สึกอะไร

แต่ชอบมาก พอๆกับ HAPPY BIRTHDAY 
ไอ้เรื่องนี้ก็ไปตามล่าหาคำตอบอยู่นานว่าตกลง "เธอคือความฝัน" ตั้งแต่ต้นรึเปล่าวะนี่


 
มีคนตั้งสังเกตว่า กลางเรื่องทั้งหมด มันคือความฝัน ส่วนต้นเรื่องและท้ายเรื่องคือความจริง
ไอ้เราก็ไม่รู้นะว่ามันยังไงกันแน่ มั่นใจว่า ผกก ตั้งใจให้คนออกมาตีความหลากหลายนี่แหละ
ทิ้งปมถามตอนท้ายไว้อย่างงั้น 

"ตกลงตัวเองเป็นความฝันหรือความจริงเนี่ย"
"คิดเองดิ"


จากเข้าใจกลายเป็น ไม่อยากลุกออกจากโรง นั่งปรึกษาหารือกับคนด้านหลังกันเลยทีเดียว

สรุปแล้ว รีวิวไม่เกี่ยวกะเนื้อหา ความรู้สึกล้วนๆ 555555555555555+
ประทับใจข้อคิดหลายๆอย่างที่บอกไว้ในหนัง ความรัก ความฝัน การคว้าฝันมา
การปรับปรุงตัวเองเพื่อคนที่เรารัก การคว้าโอกาสหนึ่งเดียวในชีวิต การเจียมเนื้อเจียมตัว
และการมองโลกจากความเป็นจริง อันหลังสุดสำคัญมาก 

"ไม่มีใครที่ขึ้นไปถึงดาวได้หมดหรอก ยังไงก็ต้องติดอยู่บนโลกนี้บ้างอยู่ดี"

ซึ่งมันจริงอ่ะ ตรงนั้นด่างก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันคือสัจธรรม คนแก่แบบนี้ คนหัวล้านแบบนี้
คนที่อายุ 40 แล้ว จะไปถึงดาว(ดารา ดัง)เนี่ยนะ ปัดโธ่! ฝันโคตรโคตร! 
แต่ ข้อคิดที่ว่า 

"หมาหลงฝูง สักวัน...จะแกร่งกว่าหมาทั้งฝูง"

ก็ด่างนั่นแหละที่แสดงให้เห็นอีกว่า คนแก่แบบนี้เนี่ยแหละแกร่งขึ้นมาได้เหมือนกัน
จนในที่สุดได้เป็น ผกก สมใจ เป็นพิง ลำพระเพลิง สมใจอยาก
ทุกข้อคิดที่เป็นนามปธรรม พิง ลำพระเพลิง หรือ ด่าง นำเสนอออกมาได้เห็นภาพทั้งหมด

 


เข้าใจถึงโอกาสเหล่านั้นมากขึ้นเยอะ
อยู่ที่เราจะคว้ามันมาแล้วทำมันให้เต็มที่รึเปล่าก็เท่านั้น 

"นาฬิกากับเวลา ต่างกันตรงที่ นาฬิกาให้ใครไปแล้วมันเอาคืนกลับได้
แต่เวลา ให้ไปแล้ว มันเอาคืนมาไม่ได้หรอก"


โหเห้ กินใจเด็กเตรียมเอนสะท้านคนนี้จริงจัง 
รอดูหนัง "ความเชื่อ" ของ (ลุง)พิง อีกนะคะ ฮ่าาา ประทับใจตั้งแต่โคตรรักเอ็งเลย
แต่ตอนนั้น ม.3 คิดอะไรก็ตื้นบ่องมาก แต่ก็ทำหนูคิดได้อยู่เหมือนกันนะเออ
ยังไม่เคยดู คนหิ้วหัว เดี๋ยวจะไปหามาดู ยิ่งอ่านรีวิวหลายบลอคแล้วรู้สึกว่า 

"คงจะดีนะถ้าลองเอาสามเรื่องนี้มาปะติดปะต่อกัน" 

ว่าแล้วก็ไปนอนดีกว่าไหม ซื้อการ์ตูนมา 5 เล่ม เธออ่านไป สองหน้า
รีบๆอ่านจะได้อ่านหนังสือสอบต่อ(โอ้ววว สาธุ ขอให้เมิงทำได้นะกิ๊ฟฟฟฟ)

ขอบคุณ "ฝันโคตรโคตร" ที่ทำให้ "โคตรโคตรอยากคว้าฝัน" เลยว่ะค่ะ
รักหนังพิง ไม่ตลาด พระเอกไม่หล่อ "จะเกลียดกูก็ได้ จะรักกูก็ดี แต่ขอให้จำกูเหอะ"

(แต่ไม่เข้าใจพวกที่บอกว่า พิงไม่หล่อ เล่นทำไม สนองนี๊ดอ่ะดิ เลยว่ะ
ก็มันบทที่เป็นตัวเขา แล้วหนังมันสื่ออยู่แล้วว่าทำไมต้องหน้าตาแบบนั้น
จะเอาคนหน้าตาดีมาเล่น ก็ถึงดาวง่ายไปไม่ตรงคอนเซปสิคะ ฮ่วย !)


ฝันโคตรโคตร ชอบโคตรโคตร

อยากมีแควนแบบด่างโคตรโคตร
ไม่เอาแบบหอบถุงยางใส่กระเป๋านะ อยากได้แบบขี่หลังขับเจ๊ตสกี แอร๋ยย

 

 

ปล. ยามะพี จูบดูดดื่มเกินไปไหมล่ะ ฮื้อ อิจฉานางเอกกกก
ปล. แต่ชอบดูนะเออ 55555555555+